ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้การย้อนความทรงจำมาเฉลยปมดราม่าทีละนิด จากที่คิดว่าฝ่ายหญิงเป็นคนผิด กลับกลายเป็นว่าเธอคือผู้ถูกกระทำและยังเป็นผู้ช่วยชีวิตเขาในอดีตอีกด้วย ฉากที่ฝ่ายชายจำได้ว่าคนช่วยชีวิตเขาคือใคร มันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความโกรธกลายเป็นความสำนึกผิด การแสดงสีหน้าตอนตระหนักได้ของเขาทำได้ดีมาก ดู (พากย์เสียง) รักจากลา แล้วอินกับตัวละครสุดๆ
ต้องชมคอสตูมและเครื่องประดับหัวของนางเอกที่วิจิตรตระการตา ตัดกับฉากหลังที่เป็นโกดังเก่าๆ ได้อย่างน่าสนใจ ความขัดแย้งของภาพสวยงามกับความทุกข์ทรมานของตัวละครทำให้ฉากนี้ดูมีมิติมาก บทพูดที่ตัดสลับระหว่างปัจจุบันและอดีตช่วยขับเน้นความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย ใครที่ชอบดราม่าจีนย้อนยุคแบบเจ็บๆ จุกๆ ต้องไม่พลาด (พากย์เสียง) รักจากลา เรื่องนี้
ดูแล้วรู้สึกสงสารทั้งคู่จริงๆ ฝ่ายชายที่ถูกหลอกให้เชื่อเรื่องร้ายๆ จนทำร้ายคนรักของตัวเอง ส่วนฝ่ายหญิงที่ต้องทนเจ็บปวดกับการถูกเข้าใจผิดทั้งที่พยายามอธิบาย ฉากที่เธอวิ่งหนีออกไปแล้วเขาล้มลงกับพื้นมันสะเทือนใจมาก เหมือนทุกอย่างพังทลายลงเพราะคำโกหกของคนอื่น การแสดงอารมณ์ผ่านสายตาของนักแสดงทำได้ดีมาก ดู (พากย์เสียง) รักจากลา แล้วน้ำตาซึม
ตอนแรกก็คิดว่าเรื่องจะจบแบบดราม่าหนักๆ แต่พอมีฉากย้อนอดีตที่เฉลยว่านางเอกเคยช่วยชีวิตพระเอกไว้ มันทำให้มุมมองที่มีต่อตัวละครเปลี่ยนไปทันที ความรักที่แท้จริงมักจะซ่อนอยู่ในความทรงจำที่เลือนลางเสมอ ฉากจบที่พระเอกจำได้และพยายามจะตามไปขอโทษมันทำให้คนดูใจหาย อยากให้ทั้งสองคนได้ปรับความเข้าใจกันเร็วๆ ใน (พากย์เสียง) รักจากลา
ฉากเปิดเรื่องในโกดังร้างช่างสร้างบรรยากาศกดดันได้ดีมาก ชุดแต่งงานสีแดงสดที่ควรจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข กลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเจ็บปวดและการหักหลัง การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ถ่ายทอดอารมณ์สับสนและเสียใจออกมาได้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะฉากที่ฝ่ายชายทรุดตัวลงกับพื้น ทำให้คนดูอย่างเราจุกอกตามไปด้วย เรื่องราวใน (พากย์เสียง) รักจากลา ช่วงนี้เข้มข้นจนไม่อยากกระพริบตาเลย