ดูแล้วรู้สึกโล่งใจแทนพระเอกมากค่ะ ที่สุดท้ายก็ได้จัดการกับคนที่ทำร้ายลูกสาวตัวเอง แม้ฉากจะดูรุนแรงไปบ้างแต่ก็สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ การที่คนร้ายต้องคุกเข่าขอขมาและถูกเตะกระเด็นมันแสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เปลี่ยนมือ เรื่องราวในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ สอนให้รู้ว่าทำชั่วก็ต้องได้รับผลกรรมในที่สุด
ฉากนี้ทำให้ร้องไห้หนักมากค่ะ เห็นสีหน้าของพระเอกที่เต็มไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวด มันสื่อออกมาได้ชัดเจนมากว่าพ่อคนนี้จะปกป้องลูกของตัวเองแค่ไหน แม้จะต้องเผชิญหน้ากับใครก็ตาม เรื่องราวในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ทำให้เข้าใจเลยว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกนั้นไม่มีเงื่อนไข และพร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อลูก
ดูแล้วรู้สึกสะใจมากค่ะ ที่สุดท้ายคนร้ายก็ต้องได้รับโทษตามที่ควรได้ การที่พระเอกสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้แม้จะดูเหมือนเสียเปรียบในตอนแรก มันแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่น เรื่องราวในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ทำให้เห็นว่าความยุติธรรมอาจมาช้าแต่ก็จะมาถึงในที่สุด และคนชั่วจะต้องได้รับผลกรรม
ฉากนี้ทำออกมาได้ดีมากค่ะ ทั้งการแสดงของนักแสดงแต่ละคนที่สื่ออารมณ์ออกมาได้ชัดเจน โดยเฉพาะพระเอกที่แสดงถึงความโกรธและความเจ็บปวดได้สมบูรณ์แบบ การต่อสู้แม้จะสั้นแต่ก็เต็มไปด้วยพลัง เรื่องราวในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ทำให้เห็นว่าบางครั้งความรุนแรงก็จำเป็นเพื่อปกป้องคนที่เรารัก
แม้ฉากนี้จะดูรุนแรงและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่ก็มีแง่มุมของความหวังซ่อนอยู่ค่ะ การที่พระเอกสามารถปกป้องลูกสาวของตัวเองได้ มันแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน ก็ยังมีทางออก เรื่องราวในไม่มีใครรักลูกตั้งแต่เกิด ยกเว้นพ่อนะ ทำให้เห็นว่าความรักของพ่อสามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย