PreviousLater
Close

วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ตอนที่ 1

2.1K2.7K

วาดชะตาลิขิตบัลลังก์

นักวาดการ์ตูน“หลินเฟิง”ข้ามไปยังโลกการ์ตูนของตัวเองและกลายเป็นขุนนางแดนเหนือ ถูกคู่หมั้นจับคาหนังคาเขาและเตรียมถูกประหาร แต่เขากลับปลุกพลังวาดสิ่งใดเป็นจริง ใช้ภาพพลิกศึก ชนะศัตรู ขัดขวางแผนร้าย ในที่สุดได้ขึ้นครองราชย์และแต่งงานกับจักรพรรดินี แต่ในคืนเข้าหอ เขากลับตื่นในโรงพยาบาลจิตเวช พบว่าคุณหมอหน้าตาเหมือนกับคู่หมั้นเขาเป๊ะเลย
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ จุดเริ่มต้นความสับสนวุ่นวาย

ฉากเปิดเรื่องนั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่งเมื่อเราเห็นมือเรียวขาวค่อยๆ ลูบไล้ไปบนอกของชายหนุ่มที่กำลังหลับสนิทอย่างสงบ แสงสว่างในฉากนี้ดูนุ่มนวลและอบอุ่นราวกับแสงเทียนยามเช้าที่ลอดผ่านม่านบางๆ สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความลับและบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหน้าของความเงียบสงบนั้น เครื่องประดับหยกสีเหลืองอ่อนที่ห้อยอยู่บนคอของชายหนุ่มดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญบางอย่างที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน ความละเอียดอ่อนของการถ่ายทำในจังหวะนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองช่วงเวลาส่วนตัวที่สำคัญยิ่ง ซึ่งมันช่างสอดคล้องกับธีมหลักของ วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ที่มักจะเล่นกับประเด็นเรื่องชะตากรรมที่ผูกพันกันผ่านวัตถุโบราณ เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาแวบแรกนั้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความงุนงงและความไม่เข้าใจว่าตนเองอยู่ที่ใด ความเปลี่ยนแปลงจากความหลับใหลสู่การตื่นรู้ในโลกที่ไม่คุ้นเคยถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสีหน้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจากสงบสู่ตระหนก อย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสูญเสียทิศทางของเขาได้อย่างชัดเจนราวกับว่าเราเองก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนั้น ความสับสนนี้ไม่ใช่แค่ความสับสนธรรมดาแต่มันคือความสับสนของวิญญาณที่ถูกย้ายข้ามภพข้ามเวลา ซึ่งเป็นการเปิดประเด็นที่น่าสนใจมากสำหรับเนื้อเรื่องใน วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ที่ต้องการให้ผู้ชมตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนและความเป็นจริง ฉากต่อมาที่ตัดไปยังโลกปัจจุบันนั้นสร้างความแตกต่างอย่างรุนแรงเมื่อเห็นชายหนุ่มอีกคนกำลังนั่งวาดรูปบนแท็บเล็ตด้วยแสงสีฟ้าเย็นยะเยือกล้อมรอบตัวเขาราวกับพลังงานบางอย่างกำลังไหลเวียนอยู่รอบตัวเขา ช็อตนี้สื่อถึงการเชื่อมต่อระหว่างสองโลกได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้คำพูดอธิบายเยอะแยะเลยแม้แต่น้อย ความทันสมัยของอุปกรณ์เทคโนโลยีตัดกับความโบราณของฉากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ทำให้เราเห็นภาพรวมของเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้อย่างกว้างไกลมากขึ้น ความรู้สึกอึดอัดของตัวละครเอกเมื่อตื่นขึ้นมาท่ามกลางหญิงสาวสองคนที่แต่งกายด้วยชุดโบราณสีสันสดใสเป็นอะไรที่เรียกเสียงหัวเราะและความเห็นใจไปพร้อมๆ กัน สีหน้าของเขาที่พยายามจะเข้าใจสถานการณ์แต่กลับยิ่งสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นแสดงออกมาทางสายตาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะจังหวะที่เขาพยายามจะขยับตัวแต่กลับถูกมือบางๆ ของหญิงสาวกดไว้เบาๆ มันเหมือนกับการต่อสู้ระหว่างความอยากหนีกับความอยากรู้ความจริงที่เกิดขึ้นภายในใจของเขา เครื่องแต่งกายของหญิงสาวทั้งสองนั้นวิจิตรบรรจงมาก ลวดลายบนผ้าไหมดูมีราคาและบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมที่สูงส่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทีมงานผลิตใส่ใจเป็นอย่างมากเพื่อสร้างความสมจริงให้กับยุคสมัยในเรื่อง การจัดการแสงและเงาในฉากห้องนอนนี้ยังช่วยเน้นให้เห็นถึงความอ่อนโยนของหญิงสาวทั้งสองที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยต่อชายหนุ่ม แต่ในลึกๆ แล้วผู้ชมอาจจะสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเหล่านั้น ความลึกลับนี้คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของ วาดชะตาลิขิตบัลลังก์

วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ความงามที่ซ่อนเงื่อนงำ

เมื่อเรามองลึกลงไปในรายละเอียดของเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของตัวละครหญิงทั้งสองคน เราจะเห็นได้ว่าทุกชิ้นส่วนล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ดอกไม้ประดับผมที่ทำจากทองคำและอัญมณีสีสดนั้นไม่ได้เป็นเพียงเครื่องตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่มันยังบ่งบอกถึงยศถาบรรดาศักดิ์และอำนาจที่พวกเธอถือครองอยู่ในมือ รอยยิ้มของหญิงสาวชุดสีชมพูที่ดูอ่อนโยนนั้นซ่อนแววตาที่มุ่งมั่นบางอย่างไว้ ในขณะที่หญิงสาวชุดสีเหลืองทองกลับดูมีความเงียบขรึมและลึกลับมากกว่า การ взаимодейระหว่างตัวละครทั้งสามบนเตียงนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถสัมผัสได้ผ่านบรรยากาศของฉาก การที่ชายหนุ่มพยายามจะดึงเสื้อของตัวเองให้มิดชิดนั้นแสดงถึงความไม่คุ้นเคยและความต้องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวของเขาจากผู้บุกรุกทั้งสองนี้ ซึ่งมันสร้างความขบขันเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้ชมที่เห็นภาพชายชาตรีที่ดูแข็งแกร่งกลับต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้เช่นนี้ ฉากเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงธีมหลักของ วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ได้อย่างชัดเจนในเรื่องของการต่อสู้ระหว่างอำนาจและความรัก ความงามที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ใช่แค่ความงามทางกายภาพแต่เป็นความงามของศิลปะในการเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้ชมต้องการติดตามต่อว่าสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้จะลงเอยอย่างไร การตัดสลับระหว่างฉากโบราณและฉากปัจจุบันนั้นทำได้อย่างลื่นไหลมาก โดยเฉพาะจังหวะที่พลังงานไฟฟ้าสีฟ้าพุ่งออกมาจากแท็บเล็ตแล้วดูดตัวชายหนุ่มเข้าไปในหน้าจอ มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของตัวละครไปตลอดกาล และทำให้ผู้ชมเข้าใจทันทีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยข้ามเวลาที่จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า ความประหลาดใจของชายหนุ่มเมื่อเขาพบว่าตัวเองถือพู่กันจีนแทนที่จะเป็นปากกาเขียนแบบนั้นเป็นฉากที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี สีหน้าของเขาที่มองดูวัตถุในมือด้วยความไม่เข้าใจนั้นสื่อออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก ไม่ต้องพึ่งพาบทพูดเยอะแยะก็ทำให้ผู้ชมเข้าใจสถานการณ์ได้ทันที พู่กันอันนั้นดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากโลกแห่งเทคโนโลยีสู่โลกแห่งศิลปะและวัฒนธรรมโบราณ การที่เขาพยายามจะสัมผัสปลายพู่กันนั้นแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็นและความพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ที่เขาต้องเข้ามาอยู่ ความสับสนในสายตายังคงมีอยู่แต่เริ่มผสมผสานกับความมุ่งมั่นที่จะหาทางเอาตัวรอด ซึ่งนี่คือพัฒนาการของตัวละครที่เราจะได้เห็นต่อไปในเรื่อง วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ฉากห้องนอนที่มีม่านสีม่วงอ่อนห้อยลงมานั้นสร้างบรรยากาศที่ดูโรแมนติกแต่ก็แฝงไปด้วยความอันตรายเช่นกัน แสงสว่างที่ส่องผ่านม่านเข้ามาทำให้เห็นรายละเอียดของลวดลายบนพื้นห้องและเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักอย่างชัดเจน ทุกอย่างดูหรูหราและบ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของชนชั้นสูง ซึ่งมันยิ่งทำให้คำถามที่ว่าชายหนุ่มธรรมดาคนนี้จะปรับตัวเข้ากับชีวิตแบบนี้ได้อย่างไรนั้นน่าสนใจมากขึ้นไปอีก การแสดงออกของหญิงสาวทั้งสองที่พยายามจะเข้าใกล้เขานั้นดูเหมือนจะเป็นการทดสอบบางอย่างมากกว่าแค่ความสนใจส่วนตัว ซึ่งผู้ชมคงต้องติดตามกันต่อไปว่าแท้จริงแล้วพวกเธอต้องการอะไรจากเขากันแน่

วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ เมื่อโลกปัจจุบันพังทลาย

ฉากที่ชายหนุ่มในโลกปัจจุบันกำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นั้นดูสงบสุขมากก่อนที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าของเขาทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานศิลปะดิจิทัล แต่แล้วพลังงานประหลาดก็เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขา ราวกับว่าจักรวาลกำลังตอบสนองต่อสิ่งที่เขากำลังสร้างสรรค์อยู่บนหน้าจอ เสียงเอฟเฟกต์ที่ดังขึ้นพร้อมกับภาพแสงไฟฟ้าที่วิ่งไปมาทั่วห้องนั้นสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก มันคือช่วงเวลาที่โลกแห่งความจริงกำลังจะพังทลายลงและเปิดประตูสู่โลกอีกใบหนึ่ง การที่เก้าอี้ที่เขา นั่งอยู่เริ่มสั่นและตัวเขาเองก็ถูกดูดเข้าไปในแสงสว่างนั้นเป็นภาพที่แสดงถึงจุดจบของชีวิตเดิมและจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่อย่างชัดเจน ความเจ็บปวดและความสับสนที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาก่อนที่จะหมดสติไปนั้นทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับตัวละครได้อย่างเต็มที่ เพราะมันคือความรู้สึกที่ใครๆ ก็คงจะกลัวหากต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ฉากนี้เป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับเนื้อเรื่องทั้งหมดใน วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ เพราะมันคือเหตุผลที่ทำให้ตัวละครเอกต้องเดินทางข้ามเวลามาพบกับโชคชะตาที่รออยู่ การเปลี่ยนแปลงจากห้องทำงานที่รกไปด้วยกระดาษและอุปกรณ์ศิลปะไปสู่ห้องนอนโบราณที่หรูหราะนั้นสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนมากจนผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกแยกของตัวละครเอกได้อย่างทันทีทันใด เมื่อเขามาตื่นขึ้นในโลกโบราณ สิ่งแรกที่เขาต้องเผชิญคือความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในยุคสมัยนั้น การที่เขาถือพู่กันจีนและมองมันด้วยความสงสัยนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่เขาไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือในการสื่อสารของโลกใบนี้ หญิงสาวทั้งสองที่คอยดูแลเขานั้นดูเหมือนจะรู้บางอย่างที่เขายังไม่รู้ ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่ไว้ใจเล็กๆ ขึ้นในใจของผู้ชม ความสวยงามของชุดฮั่นฝูที่พวกเธอสวมใส่นั้นตัดกับความเรียบง่ายของเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นที่เขาใส่ในโลกก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันยิ่งเน้นให้เห็นถึงความแตกต่างของสองโลกนี้ได้เป็นอย่างดี แสงสว่างในห้องฉากนี้ดูอบอุ่นและนุ่มนวลต่างจากแสงไฟนีออนในห้องทำงานของเขา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของแสงสีนี้ยังช่วยสื่อถึงอารมณ์ของเรื่องที่จะเปลี่ยนจากความทันสมัยสู่ความคลาสสิกอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทั้งสามเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้นเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งเริ่มแสดงอาการห่วงใยในขณะที่อีกคนดูจะมีความลับซ่อนอยู่ ซึ่งนี่คือปมดราม่าที่จะทำให้ผู้ชมต้องติดตามต่อไปใน วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ว่าใครกันแน่ที่เป็นมิตรและใครกันแน่ที่เป็นศัตรูที่แท้จริง

วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ บัลลังก์เลือดและน้ำตา

ฉากที่ทหารและข้าราชบริพารเดินเข้าสู่ห้องนั้นสร้างความตึงเครียดขึ้นมาทันที เสียงก้าวเท้าที่หนักแน่นและพร้อมเพรียงกันนั้นบ่งบอกถึงอำนาจและระเบียบวินัยที่เข้มงวด ชุดเกราะของทหารที่ดูแข็งแกร่งและอาวุธในมือนั้นสร้างบรรยากาศของการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามหรือการปราบปรามบางอย่าง หญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดสีดำและสีแดงที่มีลวดลายมังกรทองนั้นดูมีอำนาจและน่าเกรงขามมาก สายตาของเธอที่มองไปยังชายหนุ่มบนเตียงนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและความมุ่งมั่น ซึ่งมันแตกต่างจากหญิงสาวสองคนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง การที่เธอเดินนำหน้าข้าราชบริพารเข้ามาในห้องนั้นแสดงถึงสถานะที่สูงส่งของเธอซึ่งน่าจะเป็นถึงระดับจักรพรรดินีหรือผู้มีอำนาจสูงสุด ฉากนี้เป็นการเปิดปมใหม่ที่สำคัญมากในเรื่อง วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มคนนี้อาจจะพัวพันกับการเมืองและการต่อสู้เพื่ออำนาจในระดับชาติแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องความรักส่วนตัวอีกต่อไป ความเงียบงันของฉากนี้ยิ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกกดดันไปด้วยราวกับว่าเรากำลังอยู่ในห้องนั้นด้วยกัน การที่ชายหนุ่มพยายามจะลุกขึ้นแต่กลับถูกสายตาของผู้มาใหม่กดไว้ให้ นั่งนิ่งๆ นั้นแสดงถึงความแตกต่างของอำนาจอย่างชัดเจน เขาอาจจะมีความแข็งแกร่งทางกายภาพแต่ในทางสังคมและการเมืองแล้วเขายังคงเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ฉากต่อมาในท้องพระโรงนั้นยิ่งใหญ่อลังการมาก เสาไม้ขนาดใหญ่และลวดลายแกะสลักทองคำทั่วทั้งห้องนั้นแสดงถึงความมั่งคั่งและอำนาจของราชวงศ์นี้ หญิงสาวในชุดสีดำที่ยืนอยู่บนแท่นสูงนั้นดูโดดเด่นและเป็นศูนย์กลางของทุกสายตา ข้าราชบริพารที่คุกเข่าอยู่ด้านล่างนั้นแสดงถึงความจงรักภักดีและความเกรงกลัวต่ออำนาจของเธอ การที่เธอถือไม้บรรทัดหรือคัมภีร์บางอย่างในมือนั้นอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของกฎหมายหรือคำสั่งที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของหลายคน รวมถึงชายหนุ่มคนที่เพิ่งตื่นขึ้นมาด้วย ความเงียบในห้องท้องพระโรงนั้นน่ากลัวกว่าเสียงตะโกนเสียอีก เพราะมันคือความเงียบก่อนพายุที่จะมาถึง การตัดภาพไปยังสนามรบที่มีทหารวิ่งกรูกันออกไปนั้นสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก เสียงโห่ร้องและฝุ่นที่ตลบอบอวลนั้นทำให้รู้สึกถึงความรุนแรงของสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งมันเชื่อมโยงกับฉากในห้องท้องพระโรงได้อย่างลงตัวว่าคำสั่งที่ได้ให้ไปนั้นกำลังจะถูกปฏิบัติจริง ความสวยงามของฉากต่อสู้แม้จะเห็นเพียงสั้นๆ นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเดือดดาลและเลือดเนื้อ ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งมิติของ วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องรักแต่ยังมีเรื่องสงครามและการต่อสู้เพื่อ การเอาตัวรอด อีกด้วย

วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ บทสรุปที่ยังไม่จบ

ฉากจบของคลิปนี้ทิ้งปมไว้ให้ผู้ชมต้องคิดตามอย่างมาก เมื่อชายหนุ่มมองไปยังหญิงสาวในชุดสีดำด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและความไม่เข้าใจ มันเหมือนว่าเขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเธอคือใครหรือเธอมีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิตของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นดูเหมือนจะมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น อาจจะเป็นคนรักเก่า ศัตรูคู่อาฆาต หรือแม้แต่บุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาที่ยังความจำยังมาไม่ถึง การที่กล้องซูมเข้าไปที่ใบหน้าของทั้งสองคนนั้นเน้นให้เห็นถึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตา ซึ่งมันสื่อความหมายได้มากกว่าคำพูดนับพันคำ แสงสว่างที่ส่องลงมาบนใบหน้าของหญิงสาวนั้นทำให้เธอดูงดงามแต่ก็เย็นชาในเวลาเดียวกัน ราวกับเทพธิดาที่ไม่อาจเอื้อมถึง ซึ่งมันสร้างความรู้สึกห่างเหินระหว่างเธอกับชายหนุ่มที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน ฉากนี้เป็นการปิดท้ายที่ทำให้ผู้ชมต้องการรู้ทันทีว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะได้คุยกันไหม หรือจะต้องเผชิญหน้ากันในสนามรบ ซึ่งนี่คือศิลปะของการทำคลิปโปรโมทที่ทำให้ผู้ชมติดหนึบและต้องการติดตาม วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ ต่อทันที ความลึกลับของตัวละครทุกตัวยังคงถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี ไม่มีการเปิดเผยมากเกินไปจนเสียอรรถรสในการติดตาม ซึ่งมันทำให้ผู้ชมต้องใช้จินตนาการในการคาดเดาเนื้อเรื่องต่อไปได้อย่างสนุกสนาน ภาพรวมของวิดีโอทั้งหมดนั้นเป็นการผสมผสานระหว่างความโรแมนติก ดราม่า และการต่อสู้ได้อย่างลงตัว ทุกฉากมีการออกแบบมาอย่างดีเพื่อสื่ออารมณ์และเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อ ตั้งแต่ฉากเปิดที่นุ่มนวลจนถึงฉากจบที่ตึงเครียดนั้นเป็นการเดินทางของอารมณ์ที่ครบรส เครื่องแต่งกายและฉากหลังนั้นวิจิตรบรรจงมาก แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดของผู้ผลิตที่ต้องการนำเสนอวัฒนธรรมโบราณออกมาให้สวยงามที่สุด การแสดงของนักแสดงทุกคนนั้นน่าเชื่อถือและทำให้ผู้ชมเชื่อในตัวละครที่พวกเขาแสดง เป็นเรื่องที่น่าติดตามมากว่าชะตากรรมของชายหนุ่มผู้โชคชะตาพาให้ข้ามเวลามานั้นจะลงเอยอย่างไร เขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้ไหม หรือจะต้องพบกับจุดจบที่น่าเศร้า ซึ่งคำตอบทั้งหมดนั้นคงต้องรอติดตามกันใน วาดชะตาลิขิตบัลลังก์ เวอร์ชันเต็มที่จะออกมาให้รับชมกัน ความคาดหวังของผู้ชมนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้เห็นคลิปสั้นๆ นี้ ซึ่งมันพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพและความน่าสนใจของเนื้อเรื่องที่จะไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังอย่างแน่นอน