ฉากที่พ่อวิ่งออกไปกลางฝนทำให้ใจสลายมากทีเดียว แค่หลับไปชั่วขณะลูกก็หายไปแล้ว ใบโน้ตที่ทิ้งไว้คงเขียนด้วยน้ำตาแน่ๆ ดูซีรีส์ สิบปีแห่งน้ำตาและความหวัง แล้วน้ำตาไหลไม่หยุดเลย ฉากคุณยายมาถึงพร้อมบอดี้การ์ดทำให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้างนะ อยากทราบตอนต่อไปเร็วๆ อยากรู้ว่าพ่อจะตามลูกคืนมาได้ไหม
เด็กหญิงสวีหลิงหยุนดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวมากเลย คอยป้อนไข่ให้พ่ออย่างเบามือ แถมยังคลานออกมาเพื่อไม่ให้พ่อตื่นนอน ช่างเป็นเด็กที่เข้าใจสถานการณ์จริงๆ รายละเอียดนาฬิกาพกที่มีรูปคู่กันนั้นสวยงามมาก สื่อถึงความรักที่ลึกซึ้งระหว่างพ่อลูกได้เป็นอย่างดี ดูแล้วซึ้งใจจนพูดไม่ออกเลยล่ะ อยากรู้ชะตากรรมต่อไปของสองพ่อลูกมากจริงๆ
การแสดงของสวีเทียนลูยอดเยี่ยมมากทีเดียว จากตอนร้องไห้โทรศัพท์ มาเป็นยิ้มให้ลูก แล้วสุดท้ายคือความสิ้นหวังกลางสายฝน ความแตกต่างของอารมณ์ทำได้ดีมากจริงๆ รู้สึกถึงความเจ็บปวดของตัวละครนี้ได้อย่างชัดเจน ในเรื่อง สิบปีแห่งน้ำตาและความหวัง แต่ละฉากดึงอารมณ์คนดูได้หมดเลย ชอบการแสดงของพ่อมากจริงๆ อยากให้เขาโชคดีบ้าง
ฉากอ่านจดหมายคือจุดพีคที่สุดเลย พอเขาอ่านจบก็รู้ว่าลูกสาวจากไปแล้ว ทำไมเธอต้องจากไปล่ะ การปรากฏตัวของคุณยายบ่งบอกพื้นฐานครอบครัวที่ร่ำรวยแน่ๆ ดูแล้วลุ้นระทึกมาก ไม่รู้ว่าพ่อจะตามลูกคืนมาได้ไหม เรื่องราวซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ น่าติดตามมากจริงๆ อยากให้รู้ความจริงเร็วๆ ว่าใครเป็นใครกันแน่
บรรยากาศปี 1983 ทำออกมาได้สมจริงมากทีเดียว ทั้งทางเดินโรงพยาบาล โทรศัพท์รุ่นเก่า เสื้อผ้าตัวละคร ฉากฝนตกก็ดูมีความเป็นภาพยนตร์สูง อารมณ์ของเรื่องหนักแน่นแต่ดึงดูดใจมากทีเดียว ดูแล้วติดงอมแงมเลย อยากให้ตอนต่อไปออกมาเร็วๆ จังเลย การสร้างฉากทำได้ดีมากจริงๆ ชอบความคลาสสิกของยุคสมัยนั้น
การแลกเปลี่ยนนาฬิกาพกเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญมากทีเดียว ทั้งคู่มีรูปของกันและกันอยู่ในนั้น มันแสดงถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้น ตอนที่พ่อถือมันกลางฝนนั้นช่างน่าเศร้าใจจริงๆ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้เรื่องราวมีความหมายมากขึ้นมากเลย ชอบตรงนี้ที่สุดเลย สื่อความหมายได้ดีมากจริงๆ เป็นของที่ระลึกที่มีค่าที่สุดเลย
คุณยายคนนี้เป็นใครกันแน่ ดูมีอำนาจมากทีเดียว มีบอดี้การ์ดถือร่มกลางฝน สวีเทียนลูนอนหมดแรงบนพื้นอย่างช่วยไม่ได้ พล็อตเรื่องคงมีจุดหักมุมแน่ๆ เลย ใครๆ ก็อยากรู้ว่าเธอจะพาเด็กไปไหน เรื่องราวคงไม่จบแค่นี้แน่นอน ต้องรอดูตอนต่อไปเลย อยากรู้จุดจบของเรื่องนี้จริงๆ ว่าใครจะชนะกันแน่
ฉากที่เด็กหญิงคลานออกมาเงียบๆ ทำเอาใจสลายจริงๆ เธอไม่ต้องการรบกวนการนอนของพ่อเลยแม้แต่น้อย รักบริสุทธิ์แบบนี้หาได้ยากมากทีเดียว สิบปีแห่งน้ำตาและความหวัง รู้วิธีเรียกน้ำตาคนดูได้ดีจริงๆ ดูแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ ซึ้งกินใจมากจริงๆ อยากให้พ่อลูกได้เจอกันเร็วๆ ไม่อยากให้เห็นแยกจากกัน
การเอาไข่ใส่ปิ่นโตโลหะมาให้พ่อ อาหารง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความรัก คอยป้อนให้ทีละคำ ช่วงเวลาเรียบง่ายแบบนี้แหละที่ซึ้งใจที่สุดเลย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เห็นความสัมพันธ์ที่ดีของพ่อลูก แม้จะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากก็ตาม ชวนให้คิดถึงครอบครัวตัวเองเลย อาหารมื้อนี้มีความหมายมากที่สุดในชีวิตเลย
ละครสั้นเรื่องนี้เข้มข้นมากทีเดียว จากการพบกันที่อบอุ่นไปสู่การแยกจากอย่างกะทันหัน การแสดงเป็นธรรมชาติมากทีเดียว ไม่รู้ว่าพ่อลูกจะได้เจอกันอีกไหม รอติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลย เรื่องราวมีความดราม่าสูงมากทีเดียว ดูแล้วอินสุดๆ ไปเลยจริงๆ ต้องรอดูว่าใครจะชนะกันแน่ในที่สุด