ชอบรายละเอียดเล็กๆ อย่างรองเท้าสีขาวที่ปรากฏในสองช่วงเวลาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในฉากปัจจุบันมันถูกทิ้งไว้ข้างกายตอนที่เธอล้มลง แต่ในฉากความทรงจำ พระเอกกลับมอบมันให้เป็นของขวัญด้วยความรัก ความแตกต่างนี้บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยจริงๆ ดูแล้วรู้สึกเศร้าจับใจกับชะตากรรมในเยียนจือ มาก
ต้องยกนิ้วให้พระเอกชุดน้ำเงินที่แทบไม่ต้องพูดอะไรเลย แต่สายตาที่มองทหารที่กำลังคุกเข่ารายงาน มันเต็มไปด้วยความโกรธที่กดไว้และความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ตัดสลับกับฉากอดีตที่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ยิ่งทำให้ฉากปัจจุบันดูโหดร้ายขึ้นเป็นเท่าตัว การดำเนินเรื่องในเยียนจือ เร็วแต่ได้อารมณ์มาก
ฉากในวังที่มีขุนนางยืนมองเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า มันสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและความไร้พลังของตัวเอกได้ชัดเจนมาก ทหารที่กล้าทำขนาดนี้ต้องมีคำสั่งจากเบื้องบนแน่นอน พระเอกที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างกฎระเบียบและความรู้สึกส่วนตัว ดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างที่สำคัญมากในเยียนจือ
ฉากที่พระเอกมอบรองเท้าให้หญิงสาวในชุดชมพู เป็นฉากที่อบอุ่นที่สุดแต่ก็เจ็บปวดที่สุดเมื่อเทียบกับความจริงในปัจจุบัน รอยยิ้มของเธอในตอนนั้นช่างสดใสจนน่าใจหาย การตัดต่อที่สลับไปมาระหว่างความสุขในอดีตกับความทุกข์ในปัจจุบันในเยียนจือ ทำออกมาได้ดีมากจนคนดูอินไปตามๆ กัน
แค่เห็นฉากแรกที่ทหารสองคนลากตัวนางเอกในชุดเหลืองมาก็รู้สึกจุกอกแล้ว ท่าทางที่เธอหมดแรงและถูกจับกดลงพื้นมันช่างทรมานสายตาจริงๆ แต่พอตัดภาพมาที่พระเอกชุดน้ำเงินที่ยืนนิ่งมองด้วยสีหน้าเจ็บปวด ยิ่งทำให้รู้ว่าเรื่องในเยียนจือ นี้คงไม่ธรรมดา ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่กับความรักมันชัดเจนมากในฉากนี้