ต้องชื่นชมการแสดงของนักแสดงในเยียนจือ โดยเฉพาะฉากที่หญิงชุดฟ้าถูกมัดปากและน้ำตาไหลพราก สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวังสื่อสารออกมาได้ทรงพลังมาก ตัดสลับกับฉากการประชุมที่ดูสงบแต่แฝงความกดดัน การตัดต่อที่สลับไปมาระหว่างสองอารมณ์สุดขั้วทำให้เรื่องราวมีความลึกซึ้งและน่าติดตามอย่างยิ่ง
ฉากในห้องโถงใหญ่ของเยียนจือ ทำออกมาได้วิจิตรตระการตาจริงๆ ตั้งแต่พรมสีแดงลายทองไปจนถึงเครื่องเรือนโบราณที่ดูมีอายุ การแต่งกายของตัวละครชายในชุดทางการดูเคร่งขรึมและสมบทบาทขุนนางมาก ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง ที่การตัดสินใจของบุคคลระดับสูงกำลังจะส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของตัวละครหญิงที่น่าสงสาร
ดูเยียนจือ แล้วรู้สึกจุกอกมากกับชะตากรรมของสาวชุดฟ้าที่ถูกกระทำอย่างทารุณ ทั้งที่ถูกมัดและถูกปิดปาก ในขณะที่อีกฝ่ายกลับมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น ฉากนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของมนุษย์ได้ชัดเจนมาก อยากให้พระเอกในชุดสีทองรีบออกมาช่วยด่วน เพราะถ้าช้ากว่านี้ไม่รู้ว่าเธอจะทนไหวไหม
ชอบวิธีการเล่าเรื่องในเยียนจือ ที่ใช้มุมมองผ่านช่องหน้าต่างหรือลูกกรง ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นจริง ให้ความรู้สึกอึดอัดและไร้ทางหนีเหมือนตัวละครที่ถูกขังไว้ การสลับฉากมาที่กลุ่มผู้ชายที่กำลังถกเถียงกันยิ่งทำให้รู้ว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าแค่การกลั่นแกล้งส่วนตัวแน่นอน
ฉากเปิดเรื่องในเยียนจือ ช่างน่าขนลุกเมื่อหญิงชุดม่วงยิ้มอย่างเย็นชาขณะลากหญิงชุดฟ้าที่ถูกมัด การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากความสุขสู่ความโหดร้ายสร้างความตึงเครียดได้ทันที บรรยากาศในห้องเก็บของเก่าๆ กับแสงสลัวช่วยเสริมอารมณ์หดหู่ ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดและอยากรู้ว่าเบื้องหลังความแค้นนี้คืออะไรกันแน่