ตัวละครหญิงในชุดสีม่วงที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้น สวยงามแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน การแต่งกายที่หรูหราตัดกับสภาพแวดล้อมที่สกปรกโสโครกอย่างชัดเจน แววตาที่เย็นชาและการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าเหมือนแมวเล่นกับหนู บ่งบอกถึงอำนาจที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ฉากนี้ในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล ทำให้เรารู้สึกขนลุกกับความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามนั้น
เมื่อเนื้อเรื่องพาเราเข้าสู่ป่าลึก บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความมืดมิดและสัตว์ประหลาดที่มีดวงตาสีเขียวเรืองรองคอยจ้องมองสร้างความกดดันได้มหาศาล ฉากที่นางเอกต้องหนีตายจากฝูงสัตว์ร้ายในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล ทำเอาคนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย เสียงคำรามและภาพที่ตัดสลับอย่างรวดเร็วทำให้รู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แท้จริง
การต่อสู้ระหว่างพลังมืดและพลังแสงในเรื่องนี้ทำออกมาได้ดุเดือดมาก พลังสีม่วงที่ดูชั่วร้ายปะทะกับพลังแสงสีทองที่บริสุทธิ์ ฉากที่ฝูงนกไฟบินโฉบเข้ามาช่วยจัดการสัตว์ร้ายนั้นอลังการงานสร้างสุดๆเทคนิคพิเศษในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล นั้นต้องยกนิ้วให้จริงๆ มันทำให้เราตื่นเต้นและเอาใจช่วยนางเอกอย่างเต็มที่
ฉากที่นางฟ้าร้องไห้ขณะรักษาบาดแผลให้แก่นางเอกนั้นกินใจมาก น้ำตาที่ไหลรินลงมาพร้อมกับแสงวิเศษที่รักษาแผล มันสื่อถึงความรักและความเมตตาที่บริสุทธิ์ การแสดงของนักแสดงในฉากนี้ในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล นั้นละเอียดอ่อนมาก ทำให้คนดูรู้สึกซาบซึ้งและน้ำตาซึมตามไปด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตัวละครเริ่มชัดเจนขึ้นในฉากนี้
เมื่อตัวละครในชุดสีแดงทองปรากฏตัวขึ้น บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นทันที การจับมือกันระหว่างนางฟ้าและตัวละครใหม่นี้ดูเหมือนจะเป็นพันธมิตรที่สำคัญ แต่แววตาของนางเอกที่มองมาด้วยความเจ็บปวดและสับสน บ่งบอกถึงปมในอดีตที่ซับซ้อน เรื่องราวในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล เริ่มน่าสนใจมากขึ้นเมื่อความสัมพันธ์ของตัวละครเริ่มเปิดเผยออกมา