การปะทะกันระหว่างหญิงชุดเกราะสีแดงกับราชินีสีม่วงคือจุดพีคของเรื่อง รอยยิ้มที่เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นของราชินีสีม่วงแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ส่วนหญิงชุดเกราะก็ดูมุ่งมั่นไม่แพ้กัน ฉากที่ราชินีสีม่วงกำหมัดแน่นแล้วตะโกนออกมาทำให้รู้สึกถึงพลังอำนาจที่อัดอั้นไว้ เรื่องบัลลังก์หงส์ซ่อนกล นี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก
ใครจะคิดว่านกกระจอกตัวเล็กๆ จะเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องได้ขนาดนี้ ฉากที่นกบินเข้าไปในห้องของหญิงชุดแดงแล้วเกาะที่มือของเธอ มันสื่อถึงบางอย่างที่สำคัญมาก แสงสีทองที่หน้าผากของเธอตอนจ้องมองนก ทำให้รู้ว่าเธออาจมีพลังพิเศษหรือเป็นบุคคลสำคัญในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล นี้ การเชื่อมโยงระหว่างสัตว์เล็กๆ กับชะตากรรมของอาณาจักรช่างน่าทึ่ง
ต้องยอมรับว่างานภาพในเรื่องนี้สวยมาก ตั้งแต่ชุดเครื่องประดับของราชินีสีม่วงไปจนถึงฉากปราสาทที่ลอยอยู่เหนือเมฆ แต่ความสวยงามเหล่านั้นกลับซ่อนความโหดร้ายไว้ข้างใน โดยเฉพาะฉากที่ราชินีสีม่วงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในตอนท้าย มันทำให้รู้ว่าความงามอาจเป็นเพียงหน้ากากเพื่อปกปิดความอำมหิตในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล
ตัวละครชายผมขาวที่ปรากฏตัวออกมาเพียงไม่กี่ฉาก แต่กลับทิ้งความสงสัยไว้เยอะมาก เขายืนมองสถานการณ์ด้วยสายตาที่เย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ออกมาเลย แม้จะยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ฝ่ายไหน แต่การปรากฏตัวของเขาดูเหมือนจะสำคัญต่อจุดจบของบัลลังก์หงส์ซ่อนกล นี้แน่นอน อยากรู้เหลือเกินว่าเขาคือใครกันแน่
ฉากที่แผนที่เวทมนตร์เปลี่ยนจากแสงสีฟ้าเป็นสีแดงเพลิงพร้อมกับการปรากฏตัวของตัวอักษรจีน เป็นสัญญาณเตือนว่าสงครามกำลังจะเริ่มต้นขึ้น การที่ราชินีสีม่วงใช้นิ้วจิ้มลงไปที่แผนที่แล้วเกิดพลังออกมา แสดงให้เห็นว่าเธอมีอำนาจควบคุมสถานการณ์ในบัลลังก์หงส์ซ่อนกล นี้ได้ แต่ดูเหมือนจะมีใครบางคนกำลังวางแผนสวนกลับอยู่เหมือนกัน