ในขณะที่ทุกคนโวยวายและร้องไห้ ลิเดียกลับยืนมองผ่านหน้าต่างด้วยความนิ่งสงบที่น่าขนลุก สายตาของเธอไม่ได้แสดงความเศร้าแต่ดูเหมือนกำลังคำนวณอะไรบางอย่าง การตัดสลับระหว่างความโกลาหลด้านล่างกับความเย็นชาของเธอสร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจมาก เป็นตัวละครที่ดูภายนอกอ่อนโยนแต่ภายในน่ากลัวที่สุดในรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย
ตอนที่เอเดรียน เบลด เดินเข้ามาในงานศพพร้อมบอดี้การ์ด มันคือโมเมนต์ที่ทรงพลังที่สุด เขาไม่ได้มาเพื่อไว้อาลัยแต่มาเพื่อประกาศสิทธิ์ในลิเดีย การอุ้มเธอออกไปท่ามกลางความตกใจของครอบครัวฮาร์ทแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้ควบคุมเกมตัวจริง ฉากนี้ในรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ทำให้รู้ว่าใครคือผู้ชนะที่แท้จริง
ซาบริน่าร้องไห้โฮในงานศพแต่แววตากลับไม่มีความเศร้าจริงๆ มันเหมือนการแสดงเพื่อให้พ่อและแม่เห็นใจมากกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่อย่างวิคตอเรียก็ดูมีเลศนัยบางอย่างซ่อนอยู่ การที่เธอพยายามแย่งความสนใจจากพ่อตลอดทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวที่น่ารักอย่างที่คิดในรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย
ลิเดียถือรูปแม่ผู้ล่วงลับด้วยชุดดำสนิทที่ดูเคร่งขรึม ตัดกับชุดสีเขียวสดใสของวิคตอเรียและซาบริน่าที่ยืนข้างพ่ออย่างสบายใจ ภาพนี้สื่อถึงความแตกต่างของสถานะในครอบครัวได้ชัดเจนมาก ลิเดียคือลูกที่ถูกลืมในขณะที่อีกสองคนคือครอบครัวใหม่ที่มีความสุข การออกแบบเครื่องแต่งกายในรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด
ใครจะคิดว่าฉากหวานๆ ที่เอเดรียนจูบมือลิเดียจะตามมาด้วยฉากโดนทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม การที่ลิเดียยืนมองคนรักถูกทำร้ายโดยทำอะไรไม่ได้นั้นสร้างความเจ็บปวดให้คนดูมาก ฉากนี้ในรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย แสดงให้เห็นว่าความรักของพวกเขามีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน