โมเมนต์ที่พระเอกในชุดขาวโอบกอดนางเอกที่บาดเจ็บ สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยและความรักที่ลึกซึ้ง มันสื่อออกมาได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย ความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองทำให้คนดูใจละลายจริงๆ เป็นฉากโรแมนติกใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ที่ทำให้เชื่อว่าความรักสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ แม้ในยามที่โลกทั้งใบกำลังพังทลายลงต่อหน้า
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมในเรื่อง รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ที่ใส่ใจในรายละเอียดมาก ชุดแต่ละตัวไม่ใช่แค่สวยงามแต่ยังสะท้อนสถานะและอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี เช่น ชุดสีขาวบริสุทธิ์ของพระเอกที่สื่อถึงความสูงส่ง ในขณะที่ชุดสีฟ้าของนางเอกที่มีเลือดเปื้อนกลับยิ่งทำให้ดูสวยงามและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน การออกแบบเครื่องประดับศีรษะก็วิจิตรบรรจงมาก
พล็อตเรื่องใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย แต่กลับต้องแสดงออกว่าเข้มแข็ง ฉากที่นางเอกเช็ดเลือดที่มุมปากแล้วพยายามยิ้มให้พระเอกเห็น มันคือความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครและเอาใจช่วยอยากให้พวกเขามีความสุขสักที
ความเข้ากันของนักแสดงนำในเรื่อง รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ นั้นยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเป็นภาษากายหรือสายตาที่สื่อถึงกันได้อย่างลงตัว ฉากที่พระเอกจับมือนางเอกที่กำลังสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด มันสื่อถึงความอบอุ่นและความมั่นคงที่เธอต้องการในยามอ่อนแอ การแสดงที่ธรรมชาติและไม่เกินจริงทำให้คนดูเชื่อในความรักของทั้งสองตัวละครอย่างหมดใจ
ฉากหลังในเรื่อง รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ช่วยเสริมบรรยากาศของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี สถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่ปรากฏในฉากทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคสมัยนั้น การจัดวางองค์ประกอบภาพที่ตัวละครยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ช่วยเน้นย้ำความเหงาและความทุกข์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี เป็นงานภาพที่สวยงามมาก