ฉากที่นางเอกพยายามใช้พลังแสงสว่างฝ่าโซ่ตรวนออกมาช่างน่าสงสาร แสงสีฟ้าที่ปลายนิ้วตัดกับความมืดมิดของห้องขังได้อย่างชัดเจน แต่ดูเหมือนว่าพลังนั้นจะไม่เพียงพอต่อการต่อสู้กับโชคชะตาที่โหดร้าย การแสดงออกทางสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแต่กลับต้องพ่ายแพ้ช่างน่าใจหาย รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ชอบฉากที่ตัวละครไม่พูดอะไรเลยแต่สื่อสารผ่านสายตาได้ทั้งหมด โดยเฉพาะตอนที่มีดสั้นจ่ออยู่ตรงหน้า ความกลัวและความเจ็บปวดมันทะลุออกมาจากจอจริงๆ การกำกับภาพที่เน้นระยะใกล้ใบหน้าทำให้เราสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สั่นเครือของตัวละคร เป็นงานละเอียดที่หาชมยากในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ
สังเกตไหมว่าเครื่องประดับบนศีรษะของตัวละครแต่ละคนบอกสถานะได้ชัดเจน เทพเจ้าสวมมงกุฎเงินวิจิตร ส่วนผู้คุมสวมเครื่องประดับสีดำทึบ ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้โลกในเรื่องดูสมจริงและมีมิติมากขึ้น การออกแบบคอสตูมในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ทำออกมาได้ประณีตและสวยงามมากจริงๆ
ฉากเริ่มต้นในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่กลับว่างเปล่า ให้ความรู้สึกเหงาจับใจก่อนจะเข้าสู่ฉากดราม่าหนักๆ การเปลี่ยนฉากจากสถานที่สว่างไสวมาสู่ห้องขังที่มืดทึบเปรียบเสมือนการตกจากสวรรค์ลงนรกของตัวละครจริงๆ การเล่าเรื่องผ่านสถานที่ในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ทำได้ยอดเยี่ยมมาก
ฉากที่หญิงชุดดำถือมีดสั้นแล้วพูดบางอย่างกับนางเอกช่างน่าขนลุก รอยยิ้มที่มุมปากกับแววตาที่เย็นชาทำให้รู้ว่ากำลังจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นแน่ๆ คนดูอย่างเราทำได้แค่รอคอยด้วยความหวาดกลัวว่าฉากต่อไปจะเป็นอย่างไร รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ สร้างปมดราม่าได้เก่งจนต้องกดติดตามตอนต่อไปทันที