ฉากที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวในชุดลูกไม้สีดำช่างดูโรแมนติกแต่แฝงไปด้วยความน่าสงสัย แววตาของเขาไม่ได้มีความรักที่บริสุทธิ์ แต่ดูเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง ความขัดแย้งระหว่างฉากนี้กับฉากแม่ที่กำลังทุบประตูอย่างบ้าคลั่งสร้างความรู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าความรักใน รักเธอหรือฆ่าเธอ จะมาพร้อมกับอันตรายที่คาดไม่ถึงเสมอ
สภาพอากาศในเรื่องทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในการขับเน้นอารมณ์ ความฝนที่ตกหนักไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เป็นตัวแทนของความโศกเศร้าและความวุ่นวายในใจตัวละคร การที่เธอต้องวิ่งเท้าเปล่าบนถนนที่เปียกปอนเพื่อไปยังบ้านหลังใหญ่ ยิ่งทำให้เรารู้สึกถึงความเปราะบางและความเด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน บรรยากาศใน รักเธอหรือฆ่าเธอ ช่างสมจริงและดึงอารมณ์ผู้ชมได้เป็นอย่างดี
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างฟองอากาศที่ลอยขึ้นมาจากปากของเด็กน้อยช่างทำเอาจุกอก ภาพที่เธอหลับตาพริ้มเหมือนกำลังฝันอยู่ใต้น้ำยิ่งเพิ่มความสลดใจให้กับเรื่องราว การที่แม่ต้องมาเห็นภาพลูกสาวในสภาพนี้ผ่านจินตนาการหรือความจริงก็ตาม มันคือฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น เรื่องราวใน รักเธอหรือฆ่าเธอ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เจ็บปวดและลึกซึ้งมาก
ฉากการกดรหัสประตูเป็นอะไรที่ลุ้นระทึกที่สุด นิ้วที่กดลงไปแต่ละครั้งเหมือนเดิมพันด้วยชีวิต การที่ตัวละครต้องพยายามจำรหัสหรือลองสุ่มกดในขณะที่เวลากำลังหมดลง สร้างความกดดันให้กับคนดูอย่างมหาศาล เราแทบจะกลั้นหายใจตามเธอไปด้วย ความตื่นเต้นแบบนี้หาได้ยากใน รักเธอหรือฆ่าเธอ ที่ทำให้เราต้องคอยเช็คว่าประตูจะเปิดหรือไม่
แม้ว่าฉากที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวจะดูใกล้ชิด แต่สัมผัสและความรู้สึกที่ส่งผ่านออกมาดูเย็นชาและห่างเหิน หญิงสาวในชุดดำดูมีความสุขแต่กลับซ่อนปมบางอย่างไว้ ในขณะที่แม่แท้ๆ กำลังทุกข์ทรมานอยู่ข้างนอก ความขัดแย้งนี้ทำให้เราตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในเรื่อง รักเธอหรือฆ่าเธอ ว่าใครกันแน่ที่ควรค่าแก่ความไว้วางใจ