ใครจะคิดว่าฉากขอแต่งงานที่ดูโรแมนติกจะซ่อนความขัดแย้งไว้ ฝ่ายชายยื่นแหวนด้วยรอยยิ้ม แต่ฝ่ายหญิงกลับมีสีหน้ากังวลและถือเอกสารสำคัญบางอย่างไว้ การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนรับแหวนแล้วไม่ตอบรับทันที บอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าคำพูดเยอะมาก ดูแล้วใจหายแทนเธอจริงๆ
ชอบรายละเอียดการแต่งตัวของตัวละครมาก ตอนอยู่ออฟฟิศใส่เสื้อชมพูดูสดใส พอกลับบ้านเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตลายตารางทันที เหมือนเป็นการเปลี่ยนโหมดจากคนทำงานมาเป็นคนที่ต้องเผชิญปัญหาส่วนตัว การเปลี่ยนชุดนี้สื่อถึงภาระหนักอึ้งที่เธอต้องแบกรับไว้คนเดียวได้อย่างลึกซึ้ง
พล็อตเรื่องน่าสนใจมากที่เอาปัญหาสุขภาพของผู้ชายมาเป็นจุดหักมุม แทนที่จะเป็นฝ่ายหญิงที่มีปัญหา กลับกลายเป็นฝ่ายชายที่ต้องเผชิญความจริง การที่ฝ่ายหญิงรู้ความจริงก่อนแล้วต้องตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อกับคำขอแต่งงาน มันบีบหัวใจคนดูสุดๆ เป็นดราม่าที่สมจริงและเจ็บปวดมาก
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ใช้ความเงียบสื่อสาร ช่วงที่ฝ่ายหญิงยืนนิ่งๆ หลังจากรับแหวน มันมีพลังมากกว่าการร้องไห้หรือโวยวายเสียอีก สายตาที่มองลงต่ำและการกำเอกสารแน่นในมือ บอกว่าเธอากำลังต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองอย่างหนัก เรื่องราวในหวานเกินต้าน ผัวฉันอ่อยไม่พัก เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ฉากเปิดเรื่องในออฟฟิศดูสดใส แต่พอตัดมาที่บ้านบรรยากาศเปลี่ยนทันที ความตึงเครียดระหว่างคู่รักถูกถ่ายทอดผ่านสายตาได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนฝ่ายหญิงถือรายงานตรวจสุขภาพแล้วโทรหาใครสักคน คนดูอย่างเราต้องเดาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องราวในหวานเกินต้าน ผัวฉันอ่อยไม่พัก ทำให้เราลุ้นไปกับตัวละครทุกวินาทีเลย