ชุดสูทสีครีมดูดีมีราคาแต่กลับตัดกับฉากหลังที่เป็นสถานีตำรวจอย่างน่าแปลกใจ ใน กวาดล้างมาเฟีย การแต่งกายดูหรูหราแต่แววตากลับว่างเปล่า มันสะท้อนให้เห็นว่าภายนอกอาจดูเข้มแข็งแต่ภายในกำลังพังทลาย การยืนคุยกันท่ามกลางผู้คนแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างน่าใจหาย
ชอบวิธีเล่าเรื่องใน กวาดล้างมาเฟีย ที่ใช้การสลับภาพระหว่างบทสนทนาปกติกับภาพความทรงจำที่เลือนลาง ช่วงที่ภาพตัดไปเป็นใบหน้าของผู้หญิงที่นอนนิ่งๆ ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว มันเหมือนจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ต่อภาพความเจ็บปวดในอดีตออกมาทีละชิ้นอย่างประณีต
ไม่ต้องฟังบทสนทนาแค่ดูท่าทางใน กวาดล้างมาเฟีย ก็รู้เรื่องแล้ว ผู้ชายยืนมือใส่ในกระเป๋าแสดงความวางเฉยที่เสแสร้ง ส่วนผู้หญิงกอดอกป้องกันตัวเอง ทุกการขยับตัวมีความหมายซ่อนอยู่ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ภาพเบลอๆ เหมือนคนกำลังจะหมดสติ ช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจคนดูสุดๆ
ฉากหน้าสถานีตำรวจใน กวาดล้างมาเฟีย ไม่ใช่ที่สำหรับหาความยุติธรรม แต่เป็นสถานที่ฝังความหวัง การที่ทั้งคู่เดินออกมาด้วยกันแต่กลับห่างกันเป็นปีแสง มันสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไปต่อไม่ได้แล้ว แววตาของผู้หญิงที่มองผู้ชายเต็มไปด้วยความผิดหวังที่ซ่อนไม่มิด
ผู้กำกับใช้โทนสีฟ้าและเทาใน กวาดล้างมาเฟีย ได้เก่งมาก มันทำให้รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกแม้จะเป็นฉากกลางวัน ความเย็นของสีตัดกับความร้อนรุ่มในใจตัวละครได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะฉากจบที่ภาพค่อยๆ มืดลงเหมือนชีวิตที่กำลังดับสูญ ช่างเป็นงานภาพที่สวยงามแต่เจ็บปวด