ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลจิตเวชช่างบีบหัวใจเหลือเกิน หญิงสาวคนนั้นร้องไห้แทบขาดใจ แต่ชายหนุ่มกลับเลือกจับมือหญิงอีกคนเดินจากไปอย่างเย็นชา แต่พอเวลาผ่านไปสามเดือน บรรยากาศเปลี่ยนไปหมดเลย จากความเจ็บปวดกลายเป็นความโรแมนติกในออฟฟิศหรู การขอแต่งงานครั้งนี้ดูมีค่ามากขึ้นเพราะผ่านอุปสรรคมาเยอะจริงๆ ดูในแอปเนตชอร์ตแล้วอินมากกับพล็อตเรื่อง ขังเธอไว้ในไฟรัก ที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ชอบฉากที่เธอเดินเข้ามาในออฟฟิศมาก ชุดสีขาวตัดกับเสื้อคลุมสีดำดูสง่าและทรงพลังมาก เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ร้องไห้ขอความเห็นใจอีกต่อไปแล้ว สายตาที่มองเขาเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความมั่นใจ การที่เขาเข้ามาโอบกอดและขอแต่งงานแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกผิดและรักเธอมากแค่ไหน เรื่องราวใน ขังเธอไว้ในไฟรัก สอนให้รู้ว่าผู้หญิงต้องรักตัวเองก่อนถึงจะได้รับความรักจากคนอื่น
ใครสังเกตบ้างว่าตอนเขาจับข้อมือเธอ มีกำไลสีเหลืองที่มีตัวอักษรจีนสลักอยู่ มันดูเหมือนจะเป็นของสำคัญหรือของขวัญที่มีความหมายลึกซึ้งระหว่างพวกเขาสองคน ฉากนี้สื่อถึงความเป็นเจ้าของและการปกป้องอย่างชัดเจน การที่เขาค่อยๆ สวมแหวนให้เธออย่างเบามือตัดกับฉากก่อนหน้านี้ที่เขาปล่อยมือเธอตอนอยู่ที่โรงพยาบาล ช่างเป็นความแตกต่างที่เจ็บปวดแต่ก็หวานซึ้งมากสำหรับแฟนๆ ขังเธอไว้ในไฟรัก
ฉากที่ผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าร้องไห้บนพื้นคอนกรีตหน้าโรงพยาบาลมันช่างน่าสงสาร แต่ความรักบางครั้งก็โหดร้ายแบบนี้แหละ การที่เขาเลือกเดินไปกับหญิงอีกคนอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอต้องเข้มแข็งขึ้น สามเดือนต่อมาเธอเปลี่ยนไปมากทั้งบุคลิกและการแต่งตัว การขอแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความรัก แต่เป็นการชดเชยและคำสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันอีกแล้ว ดูจบแล้วอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ไปดู ขังเธอไว้ในไฟรัก กัน
ต้องยกนิ้วให้กับการแสดงของทั้งคู่โดยเฉพาะฉากในออฟฟิศที่แสงสวยมาก แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและมีความหวัง การที่เขาค่อยๆ เข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลังแล้วค่อยๆ หมุนตัวเธอมาเผชิญหน้ากัน มันช่างเป็นจังหวะที่หัวใจเต้นแรงจริงๆ ความเงียบในฉากนี้สื่อความหมายได้มากกว่าคำพูดเยอะเลย ใครชอบแนวซึ้งๆ ต้องไม่พลาด ขังเธอไว้ในไฟรัก