ฉากเปิดเรื่องในขุนศึกในคราบโจรทำเอาขนลุกซู่! การที่พระเอกจุดไฟเผาธนบัตรแล้วกลายเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าแทนที่จะเป็นเถ้าถ่าน มันสื่อถึงอำนาจบางอย่างที่เหนือธรรมชาติจริงๆ ปฏิกิริยาของขุนนางที่ตกใจจนตัวสั่นกับสีหน้าเรียบเฉยของฮ่องเต้ที่ซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ ช่างตัดกันได้อย่างลงตัว บรรยากาศในท้องพระโรงตึงเครียดจนแทบจะขาดหายใจ อยากรู้เหลือเกินว่าธนบัตรใบนี้มีความสำคัญอย่างไรถึงต้องมาพิสูจน์กันกลางที่ประชุมเช่นนี้
ต้องยกนิ้วให้ตัวละครหญิงในเรื่องขุนศึกในคราบโจรจริงๆ ที่กล้ารับท้าทายจุดไฟเผาธนบัตรด้วยตัวเอง แววตาของเธอตอนถือเปลวไฟสีฟ้านั้นมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวมาก ไม่ใช่แค่สวยแต่ยังมีความสามารถพิเศษซ่อนอยู่ ฉากที่เธอเดินถือไฟเข้าไปหากล่องไม้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่เปี่ยมล้น ต่างจากขุนนางคนอื่นๆ ที่ทำได้แค่ยืนมองด้วยความหวาดกลัว เธอคือแสงสว่างเดียวในความมืดมิดของแผนการร้ายนี้
ดูขุนศึกในคราบโจรแล้วต้องทึ่งในบทสนทนาที่ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แต่ใช้สายตาและการกระทำสื่อสารได้ชัดเจนมาก พระเอกที่ยืนยิ้มมุมปากขณะถือไฟ กับฮ่องเต้ที่พยายามรักษาอาการนิ่งแต่มือที่กำแน่นบนตักบอกทุกอย่างว่าท่านกำลังเดือดร้อน ฉากนี้คือการวัดใจกันชัดๆ ว่าใครจะไวกว่ากัน การที่พระเอกกล้าท้าทายอำนาจสูงสุดขนาดนี้แสดงว่าเขาต้องมีแผนการบางอย่างที่แนบเนียนมาก คุ้มค่าแก่การติดตามจริงๆ
พล็อตเรื่องในขุนศึกในคราบโจรน่าสนใจตรงที่วัตถุธรรมดาอย่างธนบัตรกลับกลายเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องทั้งหมด การที่มันไม่ไหม้ไฟแต่กลับเรืองแสงสีฟ้าได้นั้น ชวนให้สงสัยว่ามันคือเวทมนตร์หรือเทคโนโลยีจากอนาคตกันแน่? ฉากที่พระเอกหยิบธนบัตรออกมาจากกล่องแล้วแสดงให้ทุกคนเห็น มันเหมือนการเปิดโปงความจริงที่ใครๆ ก็ไม่อยากรู้ ความตื่นเต้นมันพุ่งพล่านทุกครั้งที่ไฟลุกขึ้น ทำให้คนดูอย่างเราต้องคาดเดาไม่ถูกว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง
ตัวละครฮ่องเต้ในขุนศึกในคราบโจรแสดงได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะสีหน้าที่พยายามข่มความโกรธและความประหลาดใจไว้ขณะดูการเผาธนบัตร แม้ท่านจะนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์แต่สายตาที่จ้องมองพระเอกนั้นเต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้น ฉากที่ท่านลุกขึ้นยืนพร้อมกำหมัดแน่นแสดงให้เห็นว่าความอดทนของท่านกำลังจะหมดลง การปะทะกันระหว่างอำนาจเก่ากับพลังใหม่ในฉากนี้ทำออกมาได้สมจริงและน่าติดตามมาก