PreviousLater
Close

คืนชีวา

หกปีก่อน ซุนเฟิงประธานสมาคมประสาทวิทยาโลกปฏิเสธคำเชิญสมาคมการแพทย์ชั้นนำระดับโลกไปใช้ชีวิตปิดบังตัวตนที่เมืองเจียงเฉิง เพื่อคอยเฝ้าดูการฟื้นตื่นขึ้นมาของชายคนหนึ่ง เพราะการช่วยชีวิตคนผู้นี้คือเกียรติยศทั้งชีวิตเขา คนผู้นี้คือฉินเฟิงประธานใหญ่เฟิงหุยกรุ๊ป ชายคนนี้นอนพักฟื้นในห้องพักผู้ป่วยระดับสูงสุดมาถึงหกปี ตอนนี้ ชายหนุ่มผู้เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบเมื่อหกปีก่อนกำลังจะฟื้นขึ้นแล้ว โลกใบนี้จะต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งจากการฟื้นตื่นของเขา
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

โรงพยาบาลที่กลายเป็นสมรภูมิ

ฉากเปิดเรื่องดูสงบจนน่ากลัว หมอกำลังตรวจคนไข้ แต่พอตัดภาพมาที่โถงทางเดินเท่านั้นแหละ ความตึงเครียดพุ่งปรี๊ด! กลุ่มชายชุดดำถือปืนขู่หมอและพยาบาลให้คุกเข่า ช่างเป็นภาพที่สะท้อนอำนาจมืดที่แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยอย่างโรงพยาบาลได้จริงๆ ดูแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว ต้องรีบไปติดตามต่อในคืนชีวาว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายนี้

ความกล้าหาญท่ามกลางปืน

ชอบตัวละครหมอและพยาบาลมาก แม้จะถูกปืนจ่อหัวจนต้องคุกเข่า แต่แววตายังคงแสดงความห่วงใยต่อคนไข้และกันเอง โดยเฉพาะฉากที่หมอพยายามสื่อสารบางอย่างทั้งที่สถานการณ์คับขัน มันทำให้เห็นจิตวิญญาณของความเป็นผู้รักษาที่ไม่ยอมแพ้ต่อความชั่วร้าย ดูแล้วน้ำตาซึมกับความเสียสละ ต้องดูต่อในคืนชีวาว่าพวกเขาจะรอดไหม

หญิงสาวปริศนาผู้ถือบังเหียน

ตัวละครหญิงในชุดดำคอเสื้อลายผีเสื้อนี่น่าสนใจมาก ยืนถือปืนด้วยท่าทางเย็นชาแต่แววตากลับซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างไว้ ดูเหมือนเธอจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องเลยก็ว่าได้ การที่เธอปรากฏตัวทั้งในห้องคนไข้และโถงทางเดินทำให้สงสัยว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกับคนป่วยบนเตียงกันแน่ อยากรู้เรื่องราวของเธอมากในคืนชีวา

บรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจ

ผู้กำกับเก่งมากในการสร้างบรรยากาศ ใช้มุมกล้องต่ำเวลาถ่ายกลุ่มคนร้ายทำให้ดูน่าเกรงขาม ตัดสลับกับภาพระยะใกล้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของหมอและพยาบาล ยิ่งเพิ่มอารมณ์ร่วมให้คนดูรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ เสียงปืนที่ดังขึ้นเป็นระยะก็ยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรง ดูจบแล้วต้องกดดูต่อในคืนชีวาทันที

ชายหนุ่มผู้บาดเจ็บแต่ไม่ยอมแพ้

ตัวละครชายหนุ่มในสูทสีดำที่คุกเข่าอยู่ด้วยมือที่พันผ้าพันแผลดูมีปมบางอย่าง เขาพยายามจะลุกขึ้นสู้แต่ถูกปืนจ่อไว้ ทำให้เห็นถึงความพยายามปกป้องหมอและพยาบาล แม้ตัวเองจะอยู่ในสภาพไม่พร้อมก็ตาม ฉากนี้ทำให้รู้สึกอินไปกับตัวละครมาก อยากรู้ว่าเขาคือใครและทำไมถึงมาอยู่ในจุดนี้ ต้องติดตามในคืนชีวา

ความเงียบที่ดังกว่าเสียงปืน

ชอบฉากที่ทุกคนคุกเข่าเงียบกริบ มีแค่เสียงลมหายใจและเสียงปืนที่ลั่นไกเป็นระยะ มันสร้างความกดดันได้มหาศาลโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย การแสดงสีหน้าของตัวละครแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีมาก โดยเฉพาะพยาบาลสาวที่น้ำตาคลอแต่พยายามกลั้นไว้ ดูแล้วรู้สึกจุกอกมาก ต้องไปหาชมต่อในคืนชีวา

เมื่อชุดขาวต้องก้มหัวให้ชุดดำ

ภาพสัญลักษณ์ที่ทรงพลังมาก หมอและพยาบาลในชุดขาวผู้เป็นตัวแทนของความดีและความหวัง ต้องมาคุกเข่าให้กลุ่มคนในชุดดำผู้แทนความมืดมน มันเหมือนการต่อสู้ระหว่างแสงสว่างและความมืดที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ดูแล้วสะท้อนอะไรได้หลายอย่างมาก ไม่ใช่แค่ความบันเทิงแต่ยังให้ข้อคิดด้วย ต้องดูต่อในคืนชีวาว่าแสงสว่างจะชนะไหม

ฉากแอคชั่นที่สมจริงไม่เวอร์

ชอบที่ฉากแอคชั่นในเรื่องนี้ไม่เน้นบู๊ล้างผลาญ แต่เน้นความตึงเครียดทางจิตวิทยา การที่คนร้ายแค่ถือปืนขู่โดยไม่ต้องยิงก็ทำให้คนดูรู้สึกอันตรายได้แล้ว การแสดงของนักแสดงทุกคนดูเป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะฉากที่หมอพยายามเจรจาด้วยสีหน้าตื่นกลัวแต่ยังพยายามควบคุมสถานการณ์ ดูแล้วลุ้นจนตัวโก่งในคืนชีวา

ปมปริศนาที่ชวนสงสัย

ดูแล้วมีคำถามผุดขึ้นมามากมาย ใครคือคนป่วยบนเตียง? ทำไมหญิงสาวถึงถือปืน? ชายหนุ่มในสูทคือใคร? และทำไมหมอถึงต้องคุกเข่า? ทุกฉากเต็มไปด้วยปมที่ชวนให้ติดตามต่อ อยากรู้คำตอบไปหมดแล้ว การดำเนินเรื่องเร็วไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูไม่เบื่อเลย ต้องรีบไปดูต่อในคืนชีวาเพื่อหาคำตอบ

ความหวังที่ยังไม่มอดดับ

แม้ฉากส่วนใหญ่จะดูมืดมนและสิ้นหวัง แต่ยังมีแววตาของหมอและพยาบาลที่แสดงถึงความหวังบางอย่างซ่อนอยู่ มันทำให้เชื่อว่าสุดท้ายแล้วความดีต้องชนะความชั่ว แม้จะต้องผ่านอุปสรรคมากมายก็ตาม ฉากจบที่ตัดมาแบบทิ้งปมทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันที ดูแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นนิดหน่อย ต้องไปดูต่อในคืนชีวา