ช่วงต้นของครรภ์ลับแผนลิขิตรัก ที่ทุกคนยืนนิ่งอยู่ในลานวัง เป็นช่วงที่ตึงเครียดมาก แม้ไม่มีเสียงพูดแต่สายตาที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างตัวละครหลัก บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ทางอำนาจได้ชัดเจน ฉากที่ทหารวิ่งกรูเข้ามาทำลายความเงียบนั้น ช่างเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนดูรู้ว่าเรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้น
ภาพใต้น้ำในครรภ์ลับแผนลิขิตรัก ที่เห็นใบหน้าของผู้ถูกทำร้ายผ่านผิวน้ำที่กระเพื่อม เป็นภาพที่ติดตาคนดูมาก แสงที่ส่องลงมาและฟองอากาศที่ลอยขึ้น สร้างบรรยากาศที่ทั้งสวยงามและน่าสยดสยองในเวลาเดียวกัน ฉากนี้ทำให้รู้ว่าความตายในวังหลวงนั้นใกล้แค่เอื้อม
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในครรภ์ลับแผนลิขิตรัก ไม่ใช่ดาบหรือทหาร แต่คืออำนาจที่มองไม่เห็นของหญิงชุดม่วง ที่สามารถสั่งให้คนทำเรื่องโหดร้ายได้เพียงแค่ขยับปาก ฉากที่เธอยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ช่างแสดงให้เห็นว่าเธอเคยผ่านเรื่องแบบนี้มามากแค่ไหน น่ากลัวจริงๆ
แม้ว่าครรภ์ลับแผนลิขิตรัก จะเต็มไปด้วยฉากที่โหดร้าย แต่เราก็ยังเห็นความพยายามของคนที่ต้องการช่วยเหลือผู้ถูกทำร้าย ฉากที่คนสองคนพยายามดึงคนที่จมน้ำขึ้นมา แสดงให้เห็นว่าในความมืดมิดของวังหลวง ก็ยังมีแสงสว่างของความเมตตาอยู่บ้าง ทำให้คนดูยังมีหวัง
ดูครรภ์ลับแผนลิขิตรัก แล้วทำให้รู้ว่าในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอำนาจและความมั่งคั่ง มักซ่อนไว้ซึ่งความโหดร้ายที่คนธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้ ฉากต่างๆ ในเรื่องสอนให้เราเห็นว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ และอำนาจสามารถเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นปีศาจได้ภายในพริบตา