ฉากที่พระเอกคุกเข่าร้องไห้กลางสายฝนมันช่างบีบหัวใจเหลือเกิน สีหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความพยายามรั้งคนรักไว้ ทำให้คนดูอย่างเราจุกอกตามไปด้วย การแสดงที่ละเอียดอ่อนมากจริงๆ ในจังหวะรักที่เลือนหาย ฉากนี้คือจุดพีคที่ดึงอารมณ์คนดูได้สุดๆ
แม้จะเห็นใจพระเอกที่พยายามทุกวิถีทาง แต่สีหน้าเด็ดเดี่ยวของนางเอกตอนเดินจากไปก็บอกได้ว่าเธอคงเจ็บปวดไม่แพ้กัน การที่ต้องตัดใจจากคนที่รักที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ มันช่างโหดร้ายกับทั้งคู่จริงๆ เรื่องราวในจังหวะรักที่เลือนหาย สะท้อนความจริงของความรักได้เจ็บแสบมาก
ผู้กำกับเลือกใช้ฉากฝนตกหนักในช่วงที่ความสัมพันธ์กำลังแตกสลายได้อย่างชาญฉลาด เสียงฝนและภาพที่เบลอผ่านสายน้ำช่วยขยายความรู้สึกโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังของตัวละครได้เป็นอย่างดี เป็นงานภาพที่สวยงามแต่ก็เศร้าจับใจในจังหวะรักที่เลือนหาย มากๆ
หลายช่วงในเรื่องนี้ใช้ภาษากายและแววตาในการสื่อสารแทนคำพูด โดยเฉพาะฉากที่ทั้งสองนั่งเผชิญหน้ากันบนโซฟา ความตึงเครียดและความเจ็บปวดที่ส่งผ่านสายตาทำให้เราอินไปกับตัวละครได้โดยไม่ต้องมีบทพูดเยอะเลย จังหวะรักที่เลือนหาย ทำได้ดีมากในเรื่องการใช้ภาษากาย
ฉากที่พระเอกพยายามเปิดประตูและตะโกนเรียกนางเอกทั้งที่เปียกปอนไปด้วยฝน มันแสดงให้เห็นถึงความหมดหวังและความรักที่ยังมีอยู่อย่างล้นเหลือ แม้จะรู้ว่าคงไม่มีทางหวนคืนมาได้แล้ว แต่ก็ยังทำทุกอย่างเพื่อคนรัก ช่างเป็นความรักที่ทั้งสวยงามและน่าเศร้าในจังหวะรักที่เลือนหาย