ตอนแรกเห็นฉากงานแต่งในจวนแม่ทัพก็คิดว่าคงหวานซึ้งแต่ที่ไหนได้ เสิ่นเยว่โร่ว กลับล้มลงกลางงานแบบไม่มีใครคาดคิดเลยแม้แต่น้อย สายตาของแขกเหรื่อที่มองมาทำให้รู้สึกอึดอัดแทนเธอจริงๆ การแสดงสีหน้าของตัวละครในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลนั้นละเอียดอ่อนมาก คนดูอย่างเราแทบจะสัมผัสได้ถึงความกดดันที่เกิดขึ้นทันทีตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องเลยล่ะค่ะ อยากให้เธอโชคดีบ้างจริงๆ
ผ่านไปหนึ่งปีบรรยากาศเปลี่ยนไปเลย เสิ่นเยว่โร่ว นั่งเขียนหนังสืออยู่คนเดียวในห้องกว้าง แสงเทียนส่องสว่างแต่กลับดูวังเวงจับใจ ฉันชอบฉากนี้มากเพราะมันสื่อถึงความโดดเดี่ยวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย การตัดภาพมาในปีที่สองทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกได้ชัดเจนมากในจอมนางไร้ผู้เหลียวแล ใครที่ดูแล้วต้องรู้สึกสงสารเธอแน่ๆ เลยค่ะ
ในปีที่สามฉากนี้ทำเอาฉันตกใจมาก เซียวจวินเจ๋อ ใส่ชุดเกราะเดินเข้ามาแล้วปัดชามซุปจนตกแตกกระจาย เสียงชามแตกดังสนั่นเหมือนแตกอยู่ในใจคนดูเลย เสิ่นเยว่โร่ว ทำหน้าตกใจจนพูดไม่ออก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูตึงเครียดสุดๆ การแสดงของนักแสดงนำในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลสมจริงมากจนคนดูหายใจไม่สะดวกกันเลยจริงๆ ค่ะ
ตัวละครเซียวจวินเจ๋อ นั้นสร้างมาให้รู้สึกหงุดหงิดจริงๆ สีหน้าเย็นชาไม่ใยดีต่อภรรยาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่แต่งกันมาตั้งสามปีแล้วก็ตาม การแสดงออกทางสีตาของเขาทำให้คนดูรู้สึกโกรธแทนเสิ่นเยว่โร่ว มากๆ เลยค่ะ เนื้อเรื่องในจอมนางไร้ผู้เหลียวแลเดินเรื่องเร็วไม่ยืดเยื้อ ดูแล้วอยากเอาใจช่วยนางเอกให้ลุกขึ้นมาสู้บ้างจังเลย
เสิ่นเยว่โร่ว ต้องอดทนมากแค่ไหนที่ต้องใช้ชีวิตในจวนแม่ทัพแบบนี้ เห็นสีหน้าเธอแล้วรู้สึกจุกอกจริงๆ แม้จะถูกปฏิบัติไม่ดีแค่ไหนก็ยังพยายามประคองตัวอยู่ได้ ความสวยงามของชุดจีนโบราณในเรื่องนี้ก็ไม่แพ้กันเลยทีเดียว ฉันดูผ่านแอปดูซีรีส์แล้วภาพคมชัดมาก สีเสื้อผ้าสดใสตัดกับบรรยากาศ мраๆ ของเรื่องได้เป็นอย่างดีในจอมนางไร้ผู้เหลียวแล