ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลดูเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียด เมื่อชายคนนั้นได้รับโทรศัพท์จากเลขานุการสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เหมือนมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น การแสดงออกของตัวละครหลักใน ทายาทที่ถูกเหยียบย่ำ ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะแววตาที่สื่อถึงความหวาดกลัวและความสับสน ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นตามว่าความจริงคืออะไรกันแน่
ชอบฉากที่ผู้หญิงในชุดสีชมพูเดินออกมาจากห้องผู้ป่วยแล้วทรุดตัวลงกับพื้น มันสื่อถึงความหมดหวังได้ชัดเจนมาก การที่เธอพยายามโทรหาใครสักคนแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครรับสาย ยิ่งทำให้บรรยากาศดูหดหู่เข้าไปใหญ่ เรื่องราวใน ทายาทที่ถูกเหยียบย่ำ ดูจะซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ตอนแรก เพราะดูเหมือนทุกคนต่างก็มีปมซ่อนอยู่
แค่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก็เปลี่ยนบรรยากาศในห้องไปเลย จากความเงียบสงบกลายเป็นความโกลาหล ชายคนนั้นดูเหมือนจะรู้ตัวว่ากำลังเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น การที่เลือดกำเดาไหลออกมาพร้อมๆ กับความตกใจ เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าร่างกายเขาเริ่มรับไม่ไหวแล้ว เนื้อหาของ ทายาทที่ถูกเหยียบย่ำ ในตอนนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังนั่งไทม์แมชชีนไปดูเหตุการณ์จริง
ชุดสีชมพูที่เธอใส่ดูสวยหรูแต่กลับตัดกับอารมณ์เศร้าสร้อยในฉากนั้นได้อย่างน่าประหลาดใจ การที่เธอต้องวิ่งไปมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากหมอและพยาบาล แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนเดียวที่พยายามยื้อชีวิตเขาไว้จริงๆ ดูแล้วรู้สึกสงสารจับใจกับสถานการณ์ใน ทายาทที่ถูกเหยียบย่ำ ที่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับเธอ
ฉากตัดไปที่หนุ่มในชุดสูทที่กำลังทำงานอยู่ดีๆ แล้วได้รับโทรศัพท์ สีหน้าเขาเปลี่ยนจากความสงบ เป็นความกังวลทันที แสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย การเชื่อมโยงตัวละครใน ทายาทที่ถูกเหยียบย่ำ ทำได้ดีมาก ทำให้เราอยากรู้ว่าเขาคือใครและมีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้ป่วย