ชอบมากที่เรื่อง นางร้ายรีเซ็ตชะตา มีการสลับภาพระหว่างเวอร์ชันสมจริงกับเวอร์ชันการ์ตูนชิบิ ช่วยลดความตึงเครียดลงได้บ้างแต่ก็ยังเจ็บปวดอยู่ดี ฉากที่พระเอกหนุ่มผมดำทำหน้าตกใจแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มเขินๆ มันตัดกับฉากดราม่าหนักๆ ได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะอารมณ์จริงๆ การออกแบบตัวละครแต่ละคนมีเอกลักษณ์ชัดเจนมาก
ดู นางร้ายรีเซ็ตชะตา แล้วจุกอกมาก ฉากที่นางเอกผมยาวสีน้ำตาลร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นสายมันสะเทือนใจสุดๆ แสงไฟจากโคมระย้าที่ส่องลงมาบนใบหน้าเธอทำให้ดูเปราะบางน่าปกป้องมาก ในขณะที่นางเอกผมชมพูยืนมองด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าสงสารหรือดีใจกันแน่ ความขัดแย้งระหว่างตัวละครหญิงสองคนนี่แหละที่ทำให้เรื่องน่าสนใจจนต้องกดดูต่อ
ต้องยอมรับว่า นางร้ายรีเซ็ตชะตา เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก ฉากที่พระเอกชุดสูทแสดงสีหน้าโกรธจัดแล้วตัดมาที่นางเอกผมชมพูทำหน้าเจ็บปวด มันสร้างคำถามในหัวคนดูทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ การเดินออกจากบ้านพร้อมกันของคู่รักอีกคู่หนึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นไปอีก ดูแล้วอยากเข้าไปเขย่าตัวละครให้ตื่นจากฝันร้ายนี้จริงๆ
ภาพใน นางร้ายรีเซ็ตชะตา สวยทุกเฟรมจริงๆ ตั้งแต่ชุดเครื่องแต่งกายไปจนถึงฉากหลังที่เป็นคฤหาสน์หรู แต่ความสวยงามนี้กลับเป็นฉากหน้าของความเจ็บปวดทางใจ ฉากที่นางเอกผมชมพูยิ้มทั้งที่มีน้ำตาไหลมันบาดลึกมาก แสดงให้เห็นว่าเธอต้องเก็บกดความรู้สึกแค่ไหน การดำเนินเรื่องที่ค่อยๆ เผยปมทีละนิดทำให้คนดูติดหนึบจนไม่อยากกดข้ามแม้แต่ฉากเดียว
ฉากเปิดเรื่องใน นางร้ายรีเซ็ตชะตา ทำเอาขนลุกเลย ความเงียบก่อนพายุของพระเอกชุดสูทสีเทากับนางเอกผมชมพูช่างกดดัน บรรยากาศในคฤหาสน์หรูดูสวยงามแต่เย็นชาเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครบอกเล่าเรื่องราวได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สายตาที่มองกันก็รู้แล้วว่าความสัมพันธ์นี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนและบาดแผล