ฉากเปิดเรื่องช่างมืดมนและลึกลับมาก ผู้คลุมผ้าสีดำดูน่าสงสัยขณะที่คนผมฟ้าถูกพันธนาการไว้ บรรยากาศในห้องทดลองนั้นเย็นยะเยือกจนขนลุก การออกแบบชุดเกราะทองคำนักรบดูทรงพลังมาก แต่พอเห็นฉากต่อสู้แล้วต้องบอกว่าทำออกมาได้มันส์สุดๆ โดยเฉพาะตอนที่คนผมฟ้าปล่อยพลังน้ำแข็งออกมา คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนดูต้องตาไม่กระพริบเลยล่ะ
ตัวร้ายผมทองนี่น่ากลัวจริงๆ นะคะ ดวงตาแดงก่ำกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายทำให้รู้สึกขนลุกซ่านไปหมดเลยตอนที่เขาถือกระดูกมาข่มขู่คนผมฟ้า ความโหดร้ายนั้นแสดงออกมาได้ชัดเจนมากผ่านสีหน้าและแววตา แต่พอมาถึงฉากสุดท้ายที่เขาต้องสู้กับทหารเกราะทองเองก็ทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งเหมือนกัน เรื่อง บัลลังก์รักราชินีดวงดาว ทำตัวละครได้มีมิติมาก ไม่ได้น่ากลัวอย่างเดียวแต่ยังดูเดือดดาลด้วย
ฉากแอคชั่นในเรื่องนี้ต้องให้คะแนนเต็มเลยล่ะค่ะ การต่อสู้ระหว่างนักรบผมทองกับทหารเกราะทองนั้นรวดเร็วและรุนแรงมาก เสียงเอฟเฟกต์ตอนยิงเลเซอร์ก็ทำออกมาได้สมจริงสุดๆ ชอบตรงที่ตัวละครผมฟ้าไม่ได้ยืนดูอย่างเดียวแต่ยังใช้พลังช่วยอีกด้วย ฉากหักมุมตอนเลเซอร์ยิงใส่ตัวร้ายนั้นมันส์มาก คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจไปตามๆ กันเลย ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว ฉากต่อสู้คือจุดขายที่สำคัญจริงๆ
รู้สึกสงสารคนผมฟ้ามากเลยค่ะตอนที่ถูกมัดไว้กับผนังแบบนั้น น้ำตาที่ไหลออกมาทำให้คนดูใจสลายจริงๆ แต่พอเขาฟื้นคืนพลังกลับมาแล้วดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก็ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครดูซับซ้อนมาก น่าจะมีปมในอดีตที่สำคัญซ่อนอยู่แน่ๆ การแสดงสีหน้าของนักแสดงนั้นสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว เรื่องราวความเจ็บปวดนี้ทำให้ตัวละครดูมีน้ำหนักมากขึ้นเยอะเลย
ชอบการออกแบบเทคโนโลยีในเรื่องนี้มากค่ะ หน้าจอโฮโลแกรมที่ลอยออกมาตอนคนผมฟ้าปลดล็อกพลังนั้นดูทันสมัยสุดๆ อุปกรณ์ต่างๆ ในห้องทดลองก็ดูมีความเป็นอนาคตมาก โดยเฉพาะฉากที่โลหะเหลวไหลออกมาแล้วเปลี่ยนรูปทรงนั้นทำเทคนิคพิเศษได้เนียนตามาก คนที่ชอบแนวไซไฟคงจะติดใจแน่นอน บรรยากาศโดยรวมดูมืดหม่นแต่เต็มไปด้วยแสงสีจากเทคโนโลยี ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว งานผลิตถือว่าใส่ใจรายละเอียดมากจริงๆ
ตอนแรกนึกว่าคนผมฟ้าจะแพ้เสียแล้ว แต่พอเห็นฉากเปลี่ยนชุดแล้วปล่อยพลังน้ำแข็งออกมาก็ทำเอาอึ้งไปเลย พล็อตเรื่องหักมุมได้ดีมากค่ะ ตัวร้ายที่ดูแข็งแกร่งขนาดไหนก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับพลังที่ซ่อนอยู่ ฉากที่เลเซอร์ยิงมาจากเพดานนั้นสร้างความตื่นเต้นได้สุดๆ คนดูคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนแน่ๆ ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว การเขียนบทแบบนี้ทำให้คนดูต้องติดตามทุกตอนเลย
ชุดเกราะของทหารนั้นดูอลังการงานสร้างมากค่ะ ลวดลายสีทองบนชุดสีดำนั้นดูหรูหราและน่าเกรงขามจริงๆ ส่วนชุดของคนผมฟ้าก็ดูแปลกตาดีที่มีทั้งส่วนที่เป็นเหล็กและผิวหนังที่เปิดโล่ง การออกแบบตัวละครแต่ละตัวมีความโดดเด่นไม่ซ้ำกันเลย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายช่วยบอกสถานะของตัวละครได้ชัดเจนมาก ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว ด้านศิลปะการแต่งกายนั้นต้องยกนิ้วให้เลยจริงๆ ค่ะ
การดำเนินเรื่องรวดเร็วมากค่ะ ไม่มีการยืดเยื้อให้เสียอารมณ์เลย ตั้งแต่ฉากเปิดจนถึงฉากต่อสู้สุดท้ายนั้นกระชับสุดๆ คนดูจะไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว จังหวะการตัดต่อภาพนั้นทำออกมาได้เหมาะสมกับอารมณ์ของเรื่องมาก ตอนไหนควรเร็วก็เร็ว ตอนไหนควรช้าก็ช้าให้คนดูได้ซึมซับอารมณ์ ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว การควบคุมจังหวะเรื่องนั้นทำได้ดีมากจริงๆ ค่ะ
บรรยากาศในห้องนั้นอึดอัดมากค่ะ แสงสีแดงที่ส่องไปมาทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในอันตรายจริงๆ เสียงประกอบในเรื่องก็ช่วยเสริมความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี ฉากที่ตัวร้ายหัวเราะนั้นยิ่งทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวขึ้นไปอีก คนดูจะรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ เลยค่ะ ความมืดมนของฉากหลังตัดกับแสงสว่างจากพลังวิเศษนั้นสวยงามมาก ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว สร้างบรรยากาศได้สมจริงและน่าติดตามมาก
ดูจบแล้วรู้สึกประทับใจมากค่ะ เรื่องนี้มีความผสมผสานระหว่างแฟนตาซีและไซไฟได้อย่างลงตัว ตัวละครแต่ละตัวมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง เนื้อเรื่องไม่น่าเบื่อและมีจุดให้ตื่นเต้นตลอดเวลา ฉากสุดท้ายที่ตัวร้ายวิ่งเข้าไปในห้องโถงนั้นทิ้งปมไว้ให้ติดตามต่อได้ดีมาก อยากจะรู้จริงๆ ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง ใน บัลลังก์รักราชินีดวงดาว เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การติดตามมากๆ เลยค่ะ