ฉากเปิดเรื่องใน บาปรักพันปี ทำเอาขนลุกซู่เมื่อราชินีในชุดทองอร่ามต้องมาสิ้นใจบนบันไดหินอ่อน เลือดสีดำไหลเยิ้มตัดกับความหรูหราของวังอย่างน่าสยดสยอง การปรากฏตัวของจอมมารในเกราะดำที่มีลายไฟลุกโชนช่างดูน่าเกรงขามจนหายใจไม่ออก ดาบสีเขียวที่ฟาดลงมาสร้างความหายนะให้กับกษัตริย์ชราภาพ เป็นภาพที่สะท้อนความโหดร้ายของอำนาจได้ชัดเจนมากจริงๆ
ใครจะคิดว่าหลังจากฉากสังหารอันโหดเหี้ยมใน บาปรักพันปี จะมีการพลิกกลับที่สะใจขนาดนี้ พระเอกที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้กลับลุกขึ้นมาพร้อมพลังสายฟ้าสีฟ้าครามที่วิ่งทั่วร่างกาย แผลถลอกบนใบหน้ายิ่งเพิ่มเสน่ห์ความดุดัน การเดินฝ่าควันและเศษซากปรักหักพังเข้ามาหาศัตรูด้วยสายตาที่มุ่งมั่น บอกเลยว่าฉากนี้ทำเอาใจเต้นรัว อยากเห็นตอนจัดการจอมมารใจดำคนนั้นเหลือเกิน
ต้องยอมรับว่างานภาพใน บาปรักพันปี สวยงามจนน่าตะลึง แม้แต่ฉากที่ราชินีกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเลือดอาบ ก็ยังดูมีความงามแบบโศกนาฏกรรม ชุดสีขาวทองที่เปื้อนเลือดดำตัดกับพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตา การแสดงออกทางสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวดทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครอย่างลึกซึ้ง ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ปลุกพลังบางอย่างให้ตื่นขึ้น
พล็อตเรื่องใน บาปรักพันปี ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจอมมารในเกราะเขาสีดำสามารถสังหารกษัตริย์องค์เก่าได้อย่างง่ายดาย พลังมืดที่พุ่งออกมาจากดาบทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่แล้วจู่ๆ ก็มีพลังแสงสว่างและสายฟ้าปรากฏขึ้นต่อสู้กับพลังมืด การปะทะกันของสองพลังที่ยิ่งใหญ่ทำให้วังอันหรูหราพังพินาศ เป็นฉากต่อสู้ที่อลังการงานสร้างจริงๆ
ฉากที่พระเอกใน บาปรักพันปี ลุกขึ้นมาจากความตายช่างน่าทึ่ง ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลกลับเปล่งประกายด้วยพลังสายฟ้าสีฟ้า แสงไฟสีส้มที่มือขวาและพลังไฟฟ้าที่มือซ้ายบ่งบอกถึงการรวมพลังของสองธาตุ การจ้องหน้ากับจอมมารที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตในโถงวังที่พังพินาศ สร้างบรรยากาศตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดออกมาเป็นศึกชี้ชะตาได้ทุกเมื่อ