ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่เลือกชุดให้ตัวละครได้สวยงามและเข้ากับยุคสมัยมาก ชุดสีฟ้าอ่อนของพระเอกที่พลิ้วไหวตามจังหวะการเต้น ตัดกับชุดสีขาวสะอาดตาของนางเอกที่อยู่บนบันได ให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาดจีนโบราณที่มีชีวิต เรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องประดับผมหรือผ้าคาดเอวในพันธะพิษรัก ก็ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก ดูแล้วรู้สึกถึงความตั้งใจของผู้สร้างจริงๆ
ฉากหลังที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณร่วมกับต้นซากุระสีชมพูที่บานสะพรั่ง ช่วยสร้างโลกของเรื่องให้ดูขลังและมีมนต์ขลังมาก การที่กลีบดอกไม้ปลิวว่อนอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเวลาที่ไหลผ่านหรือความรู้สึกที่พัดพาไปมาในพันธะพิษรัก มุมกล้องที่ถ่ายผ่านช่องหน้าต่างหรือเสาไม้ก็ช่วยเพิ่มมิติให้ภาพดูมีเรื่องราวมากขึ้น
ฉากการเต้นของพระเอกไม่ใช่แค่การแสดงทักษะ แต่เป็นการสื่อสารอารมณ์ที่ต้องการบอกเล่าต่อนางเอก ทุกท่วงท่าที่เขากวาดแขนหรือหมุนตัว ราวกับกำลังพยายามไขว่คว้าบางสิ่งที่อยู่ห่างไกล การที่นางเอกยืนนิ่งๆ มองดูอยู่ห่างๆ ยิ่งทำให้เห็นระยะห่างระหว่างพวกเขาในพันธะพิษรัก ชัดเจนขึ้น เป็นฉากที่บอกเล่าเรื่องราวความรักที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องใช้บทพูดเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือการเล่นสายตาของนักแสดงนำ แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันมาก แต่ทุกครั้งที่กล้องจับไปที่ใบหน้าของนางเอกขณะมองพระเอกเต้นรำ มันสื่อถึงความในใจที่ซ่อนอยู่ได้อย่างลึกซึ้ง ความเงียบในฉากนี้กลับทรงพลังกว่าคำพูดใดๆ ในพันธะพิษรัก ทำให้คนดูอย่างเราต้องเดาใจตัวละครไปต่างๆ นานา ว่าตกลงแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไปต่อทางไหน
ฉากที่พระเอกเริ่มร่ายรำกลางลานกว้างช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจจริงๆ การเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อยผสานกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นราวกับฝนตก ทำให้บรรยากาศในพันธะพิษรัก ดูโรแมนติกและมีความฝันมาก แสงสีที่นุ่มนวลช่วยขับเน้นอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี เป็นฉากที่ดูแล้วต้องกดหยุดเพื่อเก็บภาพความสวยงามไว้ชมซ้ำๆ เลยค่ะ