พล็อตเรื่องสลับไปมาระหว่างอดีตที่โหดร้ายกับปัจจุบันที่หรูหราแต่เปราะบาง ฉากที่หมอพยายามอธิบายอาการเด็กกับพ่อที่สวมเสื้อกันฝนสีม่วงช่างน่าสงสารจับใจ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่อง พระนางหล่อสวย น่าติดตามคือปฏิกิริยาของตัวละครเมื่อความจริงเปิดเผย ความโกรธและความสับสนที่ปะทุขึ้นในห้องทำงานนั้นสมจริงจนน่ากลัว
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ใช้ภาพความทรงจำตัดสลับกับปัจจุบัน ทำให้เห็นความขัดแย้งในใจของตัวละครหลักอย่างชัดเจน ฉากที่ผู้หญิงในชุดสีแดงถือรูปครอบครัวแล้วต้องมาเจอความจริงเรื่องสายเลือด มันคือการทุบทำลายความสุขปลอมๆ ลงอย่างสิ้นเชิง เรื่อง พระนางหล่อสวย เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก ทำให้เราเอาใจช่วยตัวละครที่ถูกหักหลัง
เรื่องราวไม่ได้มีแค่ความดราม่า แต่ยังตั้งคำถามเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ที่แท้จริง ฉากในโรงพยาบาลที่พ่ออุ้มลูกป่วยท่ามกลางความสิ้นหวัง ตัดมาที่ฉากปัจจุบันที่ความลับถูกเปิดเผยโดยชายหนุ่มในชุดสูทสีเทา มันคือจุดเปลี่ยนที่พลิกทุกอย่าง การแสดงของนักแสดงนำในเรื่อง พระนางหล่อสวย นั้นทรงพลังมาก โดยเฉพาะแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
การดำเนินเรื่องรวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบจนเกินไป ให้เวลาคนดูได้ซึมซับอารมณ์แต่ละฉาก ฉากฝนตกในคืนนั้นช่างเป็นสัญลักษณ์ของความเศร้าที่ท่วมท้น และเมื่อเวลาผ่านไป ความจริงเรื่อง ดีเอ็นเอ ก็เหมือนระเบิดเวลาที่ค่อยๆ เดินมาถึงจุดแตกหัก เรื่อง พระนางหล่อสวย ทำให้เราเห็นว่าการโกหกเพื่อปกป้องอาจนำมาซึ่งหายนะที่ใหญ่หลวงกว่า
ชอบบรรยากาศในห้องทำงานที่ดูเย็นชาแต่เต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น การที่ตัวละครชายสองคนยืนประจันหน้ากับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงกลาง มันสื่อถึงอำนาจและความกดดันได้อย่างดี ฉากที่ผลตรวจถูกวางบนโต๊ะคือจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหม่ ในเรื่อง พระนางหล่อสวย ทุกการกระทำมีเหตุผลรองรับ ทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าค้นหา