ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบหวานๆ แต่ดันมีฉากอัญเชิญมอนสเตอร์ยักษ์ออกมาเผาหมู่บ้านซะงั้น! เอฟเฟกต์แสงสีทองที่วนรอบผลึกคริสตัลมันอลังการงานสร้างมาก ยิ่งตอนที่ตาของจอมเวทเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์เวทมนตร์ยิ่งขนลุกซู่ เรื่อง พลิกเกมสู่โหมดเทพ เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก จากดราม่ารักสามเส้ากลายเป็นสงครามเวทมนตร์เต็มรูปแบบ
ตัวละครชายผมทองที่ยิ้มเยาะเย้ยตอนชี้หน้าหนุ่มถือตรีศูล มันช่างน่าหมั่นไส้และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอาฆาตพยาบาททำให้รู้ว่าเรื่องราวยังไม่จบง่ายๆ ฉากนี้ใน พลิกเกมสู่โหมดเทพ ทำออกมาได้ดีมากที่ทำให้คนดูรู้สึกอยากเอาใจช่วยพระเอกทันที แม้จะยังไม่รู้ว่าเบื้องหลังความขัดแย้งนี้คืออะไรแต่ก็ติดหนึบไปแล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มชาวบ้านกับเจ้าหญิงชุดม่วงดูเปราะบางมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจของกษัตริย์และอัศวินเกราะเงิน ฉากที่ทั้งสองจับมือกันทั้งที่มีทหารล้อมรอบมันสื่อถึงความกล้าหาญที่จะรักแม้ต้องตาย เรื่อง พลิกเกมสู่โหมดเทพ ไม่ได้ขายแค่ฉากแอ็คชั่นแต่ขายอารมณ์ความผูกพันที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยคู่พระนางอย่างหมดหัวใจ
ผลึกคริสตัลสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางสระน้ำวนดูเหมือนจะเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง พลังงานไฟฟ้าที่วิ่งผ่านผลึกและการที่มันตอบสนองต่อเวทมนตร์ทำให้สงสัยว่ามันคือกุญแจสู่พลังบางอย่าง ใน พลิกเกมสู่โหมดเทพ ฉากนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตจนคนดูต้องเพ่งเล็งทุกเฟรมเพื่อหาเบาะแสว่าผลึกนี้เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของตัวละครอย่างไร
ตัวละครอัศวินเกราะเงินแทบไม่พูดแต่สายตาสื่อความหมายได้มากมาย โดยเฉพาะตอนที่เขามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบที่แฝงไปด้วยอำนาจ การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากนิ่งเป็นตกใจสุดขีดตอนเห็นเวทมนตร์ทำงาน มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญใน พลิกเกมสู่โหมดเทพ ที่ทำให้รู้ว่าแม้แต่ผู้แข็งแกร่งที่สุดก็ยังหวั่นไหวต่อพลังลึกลับนี้