ฉากเปิดเรื่องกับหลุมศพที่เต็มไปด้วยเหรียญกระดาษช่างสะเทือนใจมาก การที่หานเฟิงต้องเลี้ยงลูกสาวคนเดียวหลังจากเสียภรรยาไป ทำให้เห็นความแข็งแกร่งของผู้เป็นพ่ออย่างชัดเจน ฉากย้อนอดีตที่หยางหรงเสียชีวิตคาอ้อมแขนเขาช่างน่าใจหาย แต่สิ่งที่ทำให้เรื่อง พ่อบ้านๆ ต่อยล้มทั้งสำนัก น่าสนใจคือการพัฒนาตัวละครจากพ่อผู้โศกเศร้าสู่การต่อสู้เพื่อลูกในอีกแปดปีต่อมา
การเปลี่ยนผ่านจากฉากดราม่าหนักๆ มาสู่ฉากแอ็คชั่นในย่านการค้ายามค่ำคืนทำได้ดีมาก หานเฟิงที่ดูเรียบๆ กลับต้องมาเผชิญหน้ากับกลุ่มคนรวยที่ดูดีแต่พฤติกรรมแย่ๆ ฉากที่เขาเตรียมสู้กับหลี่เย่คุนที่ทำท่าทางเย้ยหยัน ชวนให้ลุ้นว่าพ่อเลี้ยงเดี่ยวคนนี้จะมีไม้ตายอะไรใน พ่อบ้านๆ ต่อยล้มทั้งสำนัก ที่จะทำให้เราต้องเอาใจช่วยจนตัวโก่ง
ตัวละครหลี่เย่คุนในชุดสูทขาวดูเป็นผู้ดีแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง การที่เขาเข้ามาพัวพันกับหานเฟิงคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ฉากที่เขาปรับแว่นแล้วมอง свыงๆ ใส่หานเฟิงที่เป็นคนลากเกวียน ช่างสร้างความขัดแย้งทางชนชั้นได้ชัดเจนมาก เรื่อง พ่อบ้านๆ ต่อยล้มทั้งสำนัก คงจะระเบิดอารมณ์เมื่อพ่อผู้เสียสละต้องลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองและลูกสาว
ชอบฉากที่หานเฟิงเล่นกับลูกสาวหน้าบ้านมาก แม้ชีวิตจะยากลำบากแต่เขายังคงมอบความรักและความสุขให้ลูกได้เต็มที่ รอยยิ้มของเด็กหญิงฮั่นเล่อเล่อคือพลังใจเดียวที่ทำให้พ่อคนนี้สู้ต่อได้ การตัดสลับมาที่ฉากเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างโลกของเขากับโลกของคนรวยใน พ่อบ้านๆ ต่อยล้มทั้งสำนัก ได้อย่างน่าคิด
รายละเอียดเล็กๆ อย่างแหวนที่หานเฟิงยังสวมใส่อยู่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าเขายังคงรักและระลึกถึงหยางหรงเสมอ แม้เวลาจะผ่านไปแปดปีแล้วก็ตาม ฉากที่เขาจับแหวนแน่นตอนเห็นลูกสาวหลับ ช่างสื่อถึงคำสัญญาที่เขาจะมีต่อภรรยาที่จากไปว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุดใน พ่อบ้านๆ ต่อยล้มทั้งสำนัก เรื่องราวความรักที่ยังคงอยู่แม้คนรักจะไม่อยู่แล้วช่างซึ้งกินใจ