ฉากเปิดในรถลิมูซีนช่างมืดมนและอันตรายมากจริงๆ ซุนเยว่ในชุดแดงดูสวยแต่แฝงพิษร้ายอย่างน่ากลัว เธอเล่นกับจูเฉวียนเหมือนแมวเล่นกับหนู ก่อนที่จะลงมืออย่างเลือดเย็นไร้ความปรานี ฉันชอบความตึงเครียดตรงนี้มาก มันทำให้ฉันนึกถึงฉากสำคัญในเรื่อง พอพูดอังกฤษ ทั้งปฐพีกราบ ที่มีความหักมุมคล้ายๆ กันแบบนี้ การแสดงของนักแสดงนำสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมากผ่านสายตาเพียงอย่างเดียว ฉากนี้ทำให้ฉันรู้ว่าไม่มีใครไว้ใจได้เลย
การเปลี่ยนผ่านจากยุคปัจจุบันสู่ยุคโบราณทำได้ดีมากจริงๆ จูเหวินที่นอนตายอยู่บนพื้นดินกลับฟื้นขึ้นมาในร่างจักรพรรดิอย่างน่าอัศจรรย์ ความสับสนบนใบหน้าของเขาทำให้ฉันอินไปกับตัวละครมาก ฉากนี้ช่างน่าตื่นเต้นและทำให้ฉันอยากดูต่อทันทีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ความลับของหยกนั้นสำคัญแค่ไหนกันแน่ ฉันรู้สึกว่าพล็อตเรื่องแบบนี้ไม่เคยทำให้ฉันเบื่อเลยสักนิดจริงๆ เหมือนกับตอนที่ดู พอพูดอังกฤษ ทั้งปฐพีกราบ
จูเหวินในบทบาทจักรพรรดิดูทรงพลังแต่ก็เต็มไปด้วยคำถามมากมาย เขาตื่นขึ้นมาด้วยความจำที่อาจไม่สมบูรณ์อย่างน่าสงสัย การเผชิญหน้ากับซุนหรูเยว่ที่นำส้มมาให้นั้นเต็มไปด้วยความระแวงสงสัย สายตาที่เขาจ้องมองเธอเหมือนจะเจาะลึกเข้าไปในจิตใจ ฉันชอบวิธีที่ผู้กำกับสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้ดูอึดอัดและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน มันช่างน่าติดตามจริงๆ คล้ายกับบรรยากาศใน พอพูดอังกฤษ ทั้งปฐพีกราบ
ซุนเยว่และซุนหรูเยว่ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวกันแต่ต่างวาระเวลาอย่างชัดเจน ชุดสีแดงในยุคปัจจุบันสื่อถึงความอันตราย ในขณะที่ชุดขาวในยุคโบราณดูบริสุทธิ์แต่ก็ซ่อนเงื่อนงำ ฉันสงสัยว่าเธอมีส่วนรู้เห็นกับการตายของจูเฉวียนหรือไม่ ความลึกลับนี้ทำให้ฉันนึกถึงพล็อตในเรื่อง พอพูดอังกฤษ ทั้งปฐพีกราบ ที่ตัวละครหญิงมักมีปมลับซ่อนอยู่เสมอ การแสดงของเธอทำให้ฉันหลงใหลมากจริงๆ
วัตถุสำคัญในเรื่องนี้คือตราหยกที่เปื้อนเลือดอย่างน่ากลัว มันดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญในการข้ามเวลาหรือเปลี่ยนชะตาชีวิต ฉากที่ซุนเยว่ถือตราหยกนั้นช่างน่ากลัวแต่สวยแปลกตา ฉันคิดว่ามันสื่อถึงอำนาจที่มาพร้อมกับเลือดเนื้อ การที่จูเหวินพยายามไขความลับนี้ทำให้เนื้อเรื่องเดินหน้าร่าเร็วมาก ฉันชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ที่ทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น เหมือนใน พอพูดอังกฤษ ทั้งปฐพีกราบ