ฉากเปิดเรื่องในรถมืดๆ ที่มีเพียงแสงสีฟ้าสลัวๆ สร้างความตึงเครียดได้ทันที การสนทนาระหว่างสองตัวละครเต็มไปด้วยนัยยะของการข่มขู่และอำนาจ ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนคนนั่งข้างๆ เลย ยิ่งพอรู้ว่าเรื่องนี้จะพาไปเจอกับการกวาดล้างมาเฟีย ยิ่งทำให้ลุ้นว่าใครจะรอดจากสถานการณ์แบบนี้ไปได้บ้าง
ชอบตรงที่บทพูดไม่ได้พูดตรงๆ แต่ใช้การเปรียบเทียบและนัยยะในการสื่อสาร เช่นประโยคที่บอกว่าถ้าไม่ใช่สำนักงานตำรวจก็จัดการได้เลย มันแสดงให้เห็นถึงโลกใต้ดินที่กฎหมายใช้ไม่ได้ผล การแสดงสีหน้าของตัวละครที่ดูเย็นชาแต่แฝงความดุร้าย ทำให้คนดูอย่างเราต้องคอยเดาใจว่าถัดไปจะเกิดอะไรขึ้นใน (พากย์เสียง) กวาดล้างมาเฟีย
แค่ฉากเดียวก็เห็นความขัดแย้งชัดเจนมาก คนหนึ่งดูเป็นผู้มีอิทธิพลที่มั่นใจในตัวเองสูง ส่วนอีกคนดูจะเป็นลูกน้องหรือคนที่ถูกบังคับให้มา ความสัมพันธ์แบบนี้มักจบไม่สวยเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงการประชุมใหญ่และการเลือกประธานคนใหม่ มันเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิดในเรื่อง (พากย์เสียง) กวาดล้างมาเฟีย
งานภาพในฉากนี้ทำได้ดีมาก การใช้แสงสีฟ้าเย็นๆ ตัดกับความมืดของภายในรถ ช่วยเน้นอารมณ์ความโดดเดี่ยวและความอันตรายได้ดี ตัวละครถูกจัดวางอยู่ในมุมที่ดูอึดอัด ไม่สบายตา ซึ่งสอดคล้องกับบทสนทนาที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราติดอยู่ในรถคันนั้นด้วยจริงๆ
ตัวละครที่พูดเยอะๆ ดูเหมือนจะเป็นบอสใหญ่ที่มีเล่ห์เหลี่ยมมาก พูดจาอ่อนหวานแต่เนื้อหาอันตรายมาก ส่วนอีกคนที่นั่งเงียบๆ ดูเหมือนจะเก็บงำอะไรไว้เยอะมาก การที่เขามองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่ตอบโต้ทันที ทำให้คนดูสงสัยว่าเขาคิดอะไรอยู่ และเขาจะตอบโต้อย่างไรใน (พากย์เสียง) กวาดล้างมาเฟีย