ดูแล้วขนลุกเลยตอนพี่ผมม่วงเล่าเรื่องงูขาวงูดำ มันซ่อนปมใหญ่ไว้เยอะมาก โดยเฉพาะประโยคที่ว่างูดำคือความเกลียดชังนี่จี้ใจดำสุดๆ ใครที่ดู (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ มาแล้วจะรู้ว่ามันเชื่อมโยงกับชะตากรรมตัวละครหลักอย่างเคลอสด้วย ฉากอัลตราไวโอเลตสวยมาก อยากให้รีบออกตอนต่อไปไวๆ เพราะอยากรู้ว่าใครคือเกอราดตัวจริงกันแน่และใครกันแน่ที่จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของโลกใบนี้ต่อไป
ต้องชมทีมสร้างเลยว่างานภาพระดับเทพมาก ฉากที่งูสองตัวพันกันใต้ทะเลนี่คือตาแตกจริงๆ แสงเงาทำได้ดีจนรู้สึกหนาวตามบรรยากาศ เรื่องราวก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่สาวผมแดงร้องไห้บอกว่าเขาไม่ใช่เกอราดจริง ๆ มันพีคมากสำหรับ (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ ที่ทำให้อยากรู้ต้นตอทั้งหมดว่าใครกันแน่ที่บงการอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายนี้และต้องการอะไรจากพวกเขาทุกคนกันแน่
ตัวละครเคลอสเนี่ยลึกลับมาก ตอนแรกนึกว่าร้ายแต่ดูเหมือนมีปมซ่อนอยู่ การที่เขาไม่รู้จักสัตว์ประหลาดเลือดเย็นแบบนี้ทำให้สงสัยว่าเขามาจากไหนกันแน่ พี่ผมม่วงที่ดูดุๆกลับบอกว่าช่วยแค่ครั้งเดียว มันช่างเย็นชาแต่ก็น่าสนใจมากสำหรับคนดู (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ ที่ชอบวิเคราะห์ตัวละครว่าใครดีใครร้ายกันแน่ในสถานการณ์นี้และใครกันแน่ที่จะไว้ใจได้บ้าง
พล็อตเรื่องงูยักษ์แห่งโลกที่แบ่งเป็นความรักและความเกลียดชังนี่แปลกใหม่ดีนะ ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย มันเหมือนสัญลักษณ์ของสมดุลในโลกนี้เลย พอ งูดำตื่นขึ้นมาก็หมายถึงหายนะชัดเจนมาก ใครที่ติดตาม (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ อยู่คงเดาได้ว่าตัวละครไหนคืองูขาวใครคืองูดำ มันท้าทายให้เราต้องคาดเดาตลอดเวลาเลยจริงๆว่าสุดท้ายแล้วความรักจะชนะความเกลียดไหม
ฉากที่สาวผมแดงร้องไห้แล้วพูดว่าเขาไม่ใช่เกอราดจริงๆนี่ทำเอาจุกอกเลย รู้สึกถึงความสิ้นหวังและความสับสนอย่างชัดเจน การที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าคนรักอาจไม่ใช่คนเดิมมันเจ็บปวดมาก สำหรับคนที่ดู (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดีว่ามันหนักหนาแค่ไหนกับการต้องสูญเสียความทรงจำหรือตัวตนไปและต้องเริ่มทุกอย่างใหม่หมดเลย
ฉากที่พี่ผมม่วงใช้เวทสร้างวงกลมสีม่วงแล้วเปิดประตูมิติออกมาคือเท่มากๆ พลังดูอันตรายแต่ก็สวยงามในเวลาเดียวกัน มันบ่งบอกว่าเขาเก่งระดับไหนเลยทีเดียว การที่เขาบอกว่าไม่สามารถเปลี่ยนชะตากรรมได้ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดแทนตัวละครใน (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ ที่พยายามต่อสู้กับโชคชะตาของตัวเองอย่างเต็มที่แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์มาก
ยิ่งดูยิ่งงงแต่ก็ยิ่งติดนะ เพราะแต่ละฉากมันเชื่อมกันหมดเลย ตั้งแต่เรื่องสัตว์ประหลาดไปจนถึงงูยักษ์ที่พันรอบโลก มันใหญ่โตมากเกินคาดคิดไว้เยอะเลย ใครที่คิดว่าจะดูง่ายๆคงผิดหวัง เพราะ (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ เขาเล่นใหญ่ระดับเปลี่ยนโลกกันเลยทีเดียว อยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างความรักกับความเกลียดชังและใครจะรอดไปได้บ้าง
ชอบบรรยากาศของปราสาทที่ดูมืดหม่นแต่มีดอกไม้สีม่วงแซมอยู่ มันให้ความรู้สึกโรแมนติกแบบอันตรายดีนะ เหมาะกับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความลับแบบนี้มาก แสงจันทร์ที่ส่องลงมาในฉากสำคัญก็ช่วยเพิ่มอารมณ์ได้เป็นอย่างดี สำหรับแฟน ๆ (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ น่าจะชอบฉากแบบนี้มากแน่ๆเลยเพราะมันสวยและขลังมากจนแทบจะลืมหายใจเลยล่ะและอยากดูซ้ำอีกหลายรอบเลย
บทพูดในเรื่องนี้เขียนได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่บอกว่ามนุษย์ไม่สามารถช่วยงูยักษ์แห่งโลกได้ มันเหมือนเป็นการเตือนสติตัวละครหลักให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ คำพูดแต่ละประโยคมีความหมายซ่อนอยู่หมดเลย ทำให้คนดู (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ ต้องนั่งคิดตามตลอดว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการสื่ออะไรกันแน่กับประโยคเหล่านั้นและมันหมายถึงใครกันแน่
ตอนจบที่บอกว่าเขาไม่ใช่เกอราดจริงๆนี่มันทิ้งปมไว้เยอะมากเลย อยากรู้ต่อทันทีว่าแล้วตัวจริงอยู่ที่ไหนหรือว่าถูกอะไรครอบงำอยู่ มันทำให้คนดูต้องรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อมาก ๆ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู (พากย์เสียง) นางร้ายในโลกโอโตเมะ ภาค ๒ แนะนำให้รีบไปดูเลยเพราะมันสนุกจนหยุดไม่ได้จริงๆเลยล่ะและรับรองว่าจะต้องติดใจแน่นอน