ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลช่างกดดันเหลือเกิน หมอหนุ่มถอดหน้ากากแล้วยิ้มมุมปากแบบน่ากลัวมาก เขาพูดกับแอนน์ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเด็กในท้องไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของใครสักคนที่เขาเกลียด แอนน์ร้องไห้ขอชีวิตลูกแต่เขากลับยื่นเข็มฉีดยาให้ดู บอกว่าแค่ฉีดครั้งเดียวเด็กก็จะหายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตน ช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจคนดูสุดๆ ใน พากย์เสียง พันธะร้ายพ่อทูนหัว ความโหดร้ายของพระเอกทำให้เราต้องลุ้นว่านางเอกจะรอดไหม
เปลี่ยนฉากมาที่คฤหาสน์หรู แอดเดรียนในชุดสูทสีเทาเดินเข้ามาอย่างเท่แต่แฝงไปด้วยอันตราย เขาเผชิญหน้ากับพ่อแม่บุญธรรมที่ดูเกร็งสุดๆ พ่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงจะออกจากองค์กร แต่แอดเดรียนกลับจุดซิการ์แล้วพูดลอยๆ ว่าที่ทำธุรกิจที่นี่ก็เพราะสองคนนี่แหละ ท่าทางสบายๆ แต่คำพูดแต่ละประโยคเหมือนมีดกรีดใจคนฟัง ฉากนี้ใน พากย์เสียง พันธะร้ายพ่อทูนหัว แสดงให้เห็นอำนาจที่แท้จริงของพระเอกได้ชัดเจนมาก
ผู้หญิงผมแดงในชุดเดรสสีแดงนั่งกอดอกมองแอดเดรียนด้วยสายตาเย็นชา เธอพูดว่าข้อตกลงของพ่อไม่สำคัญกับเธอขนาดนั้น แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้กลัวอำนาจของลูกเลี้ยงเลยแม้แต่น้อย แอดเดรียนจึงตอบกลับด้วยการเสนอให้เธอสูบบุซิการ์มวนนี้ให้หมด ถ้าสูบหมดก็ให้ไปได้ แต่พอสูบหมดเธอก็ต้องหมดเหมือนกัน ช่างเป็นการต่อรองที่ดุเดือดและอันตรายมาก ใน พากย์เสียง พันธะร้ายพ่อทูนหัว ฉากนี้ทำให้เห็นความกล้าหาญของพระเอกที่ไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่
แอนน์พยายามอธิบายว่าเด็กเป็นแค่เด็ก ไม่ใช่ลูกของหมอหนุ่ม แต่เป็นน้องชายหรือน้องสาวของเขา หมอหนุ่มกลับหัวเราะเยาะแล้วถามว่าคิดว่าจะยอมนั่งดูเฉยๆ หรอ ให้พี่น้องมาแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของเขาไปหรอ คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความหวงแหนในอำนาจและทรัพย์สินอย่างรุนแรง แอนน์จึงบอกว่าเด็กไม่แย่งอะไรของเขาหรอก ได้โปรดปล่อยเขาไปเถอะ แต่หมอหนุ่มกลับยื่นเข็มฉีดยาให้ดู ฉากนี้ใน พากย์เสียง พันธะร้ายพ่อทูนหัว ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าเด็กจะรอดไหม
พ่อของแอดเดรียนที่ดูเป็นนักธุรกิจเคร่งขรึมถามว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ทำไมลูกถึงจะออกจากองค์กร ทั้งที่มาทำธุรกิจที่นี่ก็เพราะพวกเธอสองคน แอดเดรียนกลับตอบอย่างเย็นชาว่าถ้าเธออยากจะไปเขาก็ไม่ห้าม ส่วนนายก็ต้องหมดเหมือนกันกับซิการ์มวนนี้ ช่างเป็นการข่มขู่ที่แนบเนียนและน่ากลัวมาก พ่อถึงกับหน้าเสียและเรียกชื่อแอดเดรียนด้วยความโกรธ ฉากนี้ใน พากย์เสียง พันธะร้ายพ่อทูนหัว แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในครอบครัวที่รุนแรง