ใครจะคิดว่าใน ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ จะมีฉากที่นางเอกพาขบวนชายหนุ่มร่างกำยำใส่เสื้อคลุมสีแดงเดินผ่านลานวังอย่างภาคภูมิแบบนี้ ฉากนี้ถ่ายทำออกมาได้สวยงามและทรงพลังมาก แสงแดดที่สาดส่องลงมาบนชุดสีแดงตัดกับชุดชมพูของนางเอกแล้วดูโดดเด่นสุดๆ ฮ่องเต้ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ทำท่าทางเหมือนจะหึงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะดูเหมือนนางเอกจะเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่คนเดียว ความตลกปนโรแมนติกแบบนี้หาชมได้ยากจริงๆ
ฉากที่สาวๆ นั่งคุยกันใต้ต้นไม้ใน ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ ดูเหมือนจะเป็นแค่การจิบชาทานขนมธรรมดา แต่จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยสายตาสื่อความหมายและการพูดคุยที่ซ่อนปมดราม่าไว้ข้างใน โดยเฉพาะสาวชุดขาวที่ดูเหมือนจะรู้เห็นเป็นใจกับแผนการบางอย่างของนางเอก ส่วนสาวชุดม่วงที่ยืนมองจากไกลๆ ด้วยสีหน้าไม่พอใจ บอกเลยว่าฉากนี้เป็นการปูพื้นความขัดแย้งระหว่างตัวละครหญิงได้แนบเนียนมาก คนดูอย่างเราต้องคอยจับตาดูว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมใน ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ เลยค่ะ ชุดแต่ละตัวละเอียดมาก โดยเฉพาะชุดสีม่วงทองของสาวร้ายที่ดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ตัดกับชุดชมพูหวานๆ ของนางเอกที่ดูอ่อนโยนแต่แฝงความแข็งแกร่ง ส่วนฮ่องเต้ในชุดมังกรสีทองแดงก็ดูสมฐานะจักรพรรดิจริงๆ รายละเอียดของเครื่องประดับผมและลวดลายบนผ้าที่ปักด้วยมือแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการผลิตทุกขั้นตอน ทำให้คนดูอย่างเราดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยุคโบราณได้เต็มที่
พระเอกในเรื่อง ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ เล่นสีหน้าได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะตอนที่นางเอกยื่นหนังสือให้แล้วเขาทำท่าทางงุนงงปนประหลาดใจ สายตาที่มองนางเอกสลับกับมองหนังสือบอกเล่าความรู้สึกภายในได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ฉากที่เขาพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่แต่ก็เผลอแสดงอาการหึงออกมาเล็กน้อยเวลาเห็นนางเอกคุยกับคนอื่น ช่างเป็นตัวละครที่มีมิติและน่าค้นหาจริงๆ การแสดงแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความรู้สึกของตัวละครได้ง่ายมาก
ดู ยมทูตบังคับให้อ่อยฮ่องเต้ ไปแล้วหลายตอนแต่ก็ยังเดาทางไม่ถูกเลยสักครั้ง ปกติแล้วเราคิดว่านางเอกน่าจะเป็นฝ่ายถูกกดขี่แต่กลับกลายเป็นว่าเธอคือคนคุมเกม ส่วนฮ่องเต้ที่ดูมีอำนาจสูงสุดกลับต้องมาทำตามคำสั่งนางเอกเสียอย่างนั้น ความสัมพันธ์ที่กลับหัวกลับหางแบบนี้ทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นมาก แถมยังมีฉากดราม่าระหว่างสาวๆ ในวังที่คอยสร้างปมขัดแย้งใหม่ๆ ตลอดเวลา คนดูอย่างเราต้องคอยลุ้นว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก