พล็อตเรื่องใน รักที่ไปไม่ถึง น่าติดตามมากเมื่อมีการตัดภาพย้อนอดีตไปแปดปีก่อน เผยให้เห็นรอยเลือดและความเจ็บปวดที่ตัวละครเคยเผชิญ ฉากที่นางเอกยืนโทรศัพท์ในห้องน้ำด้วยสีหน้ากังวล บวกกับภาพแฟลชแบ็คที่ชายหนุ่มมีเลือดเต็มมือ ทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามีปมดราม่าหนักมากที่รอการคลี่คลาย
ชอบวิธีเล่าเรื่องใน รักที่ไปไม่ถึง ที่ใช้ฉากหลังเป็นออฟฟิศหรูแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด การที่เพื่อนร่วมงานยื่นนามบัตรให้แบบมีเลศนัย หรือสายตาของหญิงสาวในชุดสีทองที่จ้องมองนางเอก มันสื่อถึงอำนาจและการกดขี่ได้ชัดเจนมาก ดูแล้วรู้สึกอินกับบทบาทลูกน้องที่ต้องทนแรงกดดันจากเจ้านายและสถานการณ์รอบข้าง
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็รู้เรื่องกับ รักที่ไปไม่ถึง โดยเฉพาะฉากที่พระเอกใส่แว่นยืนมองนางเอกเดินผ่านไป สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรักที่ยังไม่จางหาย แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ภาษากายและการแสดงทางสีหน้าทำเอาคนดูจุกอก ฉากนี้คือไฮไลท์ที่แสดงให้เห็นว่าความเงียบบางครั้งก็ดังกว่าเสียงตะโกน
ฉากในห้องน้ำของ รักที่ไปไม่ถึง สร้างความระทึกได้ดีมาก เมื่อนางเอกกำลังทำความสะอาดเสื้อแล้วโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมชื่อแม่ที่แสดงบนจอ มันเหมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าเรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้น การตัดสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีตทำให้เราเห็นภาพรวมของปมปัญหาชัดเจนขึ้น ว่าทำไมเธอถึงต้องแบกรับความทุกข์นี้ไว้คนเดียว
ฉากเปิดเรื่องใน รักที่ไปไม่ถึง ทำเอาใจสั่นเมื่อพระเอกยืนมองนางเอกด้วยสายตาที่ซับซ้อน ท่ามกลางความวุ่นวายของออฟฟิศ การที่กาแฟหกใส่เสื้อสีขาวของเธอไม่ใช่แค่ความซุ่มซ่าม แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าชีวิตเธอต้องเปลี่ยนไปแน่นอน การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนรับนามบัตรดูอึดอัดจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม