ฉากในห้องนั่งเล่นดูหรูหราแต่บรรยากาศตึงเครียดมาก การที่พระเอกนั่งนิ่งๆ แล้วจู่ๆ ก็หวนนึกถึงภาพสงครามทำให้คนดูใจสลายตามไปด้วย โดยเฉพาะฉากที่พยาบาลสาวกำลังรักษาแผลให้เขา เลือดเต็มหน้าแต่สายตายังมุ่งมั่น มันช่างเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจสุดๆ ในเรื่อง รักลวงใต้เงาอดีต การตัดสลับระหว่างอดีตและปัจจุบันทำได้ดีมาก ทำให้เราเข้าใจปมในใจตัวละครได้โดยไม่ต้องมีคำบรรยายเยอะ
ตอนแรกเห็นเพื่อนพระเอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มก็คิดว่าคงเป็นฉากสบายๆ แต่พอเห็นสีหน้าพระเอกที่เปลี่ยนไปทันทีที่นึกถึงอดีต มันทำให้รู้ว่าความสุขตรงหน้ามันเปราะบางแค่ไหน ฉากสนามรบที่เต็มไปด้วยควันและเสียงปืน ตัดกับห้องนั่งเล่นที่เงียบสงบ ยิ่งทำให้เห็นความขัดแย้งในใจตัวละครชัดเจน รักลวงใต้เงาอดีต เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก แค่เปลี่ยนสีหน้าก็ทำให้เรารู้สึกตามไปแล้ว
ตัวละครพยาบาลสาวในเรื่อง รักลวงใต้เงาอดีต ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก แค่ฉากที่เธอกำลังเช็ดแผลให้พระเอกด้วยมือที่สั่นเทา แต่สายตากลับมั่นคง มันบอกเล่าเรื่องราวความเสียสละและความห่วงใยได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย ภาพที่พระเอกมีเลือดเต็มหน้าแต่มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน มันทำให้คนดูใจละลายจริงๆ ฉากนี้ควรค่าแก่การดูซ้ำหลายรอบเพื่อซึมซับอารมณ์
ตัวละครเพื่อนที่ใส่สูทสีน้ำตาลดูมีพิรุธมาก ยิ้มเยอะเกินไป พูดเยอะเกินไป แถมยังพยายามชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ตลอดเวลา ในขณะที่พระเอกดูเก็บตัวและมีความทุกข์ซ่อนอยู่ ความแตกต่างนี้ทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่าเพื่อนคนนี้ไว้ใจได้จริงไหม ใน รักลวงใต้เงาอดีต การสร้างตัวละครที่มีความลับซ่อนอยู่แบบนี้ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก อยากให้เฉลยเร็วๆ ว่าเขาเกี่ยวข้องอะไรกับอดีตอันเจ็บปวดของพระเอก
การถ่ายทำใน รักลวงใต้เงาอดีต ใช้แสงและเงาได้ยอดเยี่ยมมาก ฉากในห้องนั่งเล่นใช้แสงอุ่นๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่พอตัดไปฉากสงคราม แสงกลับมืดหม่นและมีควันคลุมทั่ว ทำให้รู้สึกอึดอัดตามตัวละคร โดยเฉพาะฉากที่พระเอกนั่งอยู่บนโซฟาแล้วภาพอดีตซ้อนทับขึ้นมา มันเหมือนเขาถูกหลอกหลวนโดยความทรงจำที่ไม่อาจลืม เทคนิคการถ่ายแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในหัวของตัวละครเลย