ตอนแรกเห็นตัวละครตัวน้อยที่มีปีกถือเคียวก็คิดว่าคงเป็นแค่มาสคอตน่ารักๆ ไว้ขายของเล่น แต่พอฉากต่อสู้เริ่มขึ้นเท่านั้นแหละ ความแตกต่างอย่างสุดขั้วนี่มันสุดยอดมาก! ฉากที่พระเอกสู้กับฝูงสัตว์อสูรคริสตัลสีม่วงมันส์จนหยุดหายใจได้เลย ยิ่งตอนที่นางเอกวิ่งเข้ามาช่วยแล้วใช้พลังรักษา แสงสีทองตัดกับฉากหลังสีม่วงมืดมันช่างสวยงามและดราม่าสุดๆ เรื่อง ระบบราชินี พลิกจักรวาล ทำฉากแอคชั่นได้ลื่นไหลมาก ไม่รู้สึกว่ามันติดขัดเลยแม้แต่นิดเดียว
ชอบโมเมนต์ที่นางเอกคอยประคองพระเอกตอนที่เขาบาดเจ็บมาก มันสื่อถึงความห่วงใยที่ลึกซึ้งโดยไม่ต้องพูดเยอะ แค่สายตาและสัมผัสก็บอกทุกอย่างแล้ว ฉากที่เธอใช้มือแตะไหล่แล้วมีแสงเรืองออกมา มันดูขลังและทรงพลังมาก พระเอกที่ปกติดูเข้มแข็งแต่พออ่อนแอใส่เธอเท่านั้น คนดูอย่างเราใจละลายเลย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในเรื่อง ระบบราชินี พลิกจักรวาล มันพัฒนาไปอย่างธรรมชาติและน่าติดตามมากจริงๆ
ต้องชมทีมออกแบบจริงๆ ที่ทำสัตว์อสูรออกมาได้ทั้งน่ากลัวและสวยงามในเวลาเดียวกัน คริสตัลสีม่วงที่งอกออกมาจากตัวพวกมันดูอันตรายแต่ก็ดึงดูดสายตาสุดๆ ฉากที่พวกมันกระโจนเข้าใส่พระเอกพร้อมกันมันสร้างความกดดันได้มหาศาลเลย แล้วพอพระเอกแปลงร่างหรือใช้พลังแดงฟาดฟัน มันยิ่งทำให้ฉากต่อสู้ดูยิ่งใหญ่อลังการมากขึ้นไปอีก ระบบราชินี พลิกจักรวาล ไม่ได้อัดแค่ฉากสู้แต่ยังใส่ใจรายละเอียดของศัตรูด้วย
หลังจากสู้กันเหนื่อยๆ ฉากที่ทั้งสามคนมานั่งผิงไฟแล้วย่างเนื้อกินนี่มันช่างผ่อนคลายและอบอุ่นใจจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่นางเอกยื่นเนื้อย่างให้พระเอกกิน สายตาที่เขามองเนื้อแล้วค่อยๆ มองเธอ มันมีความเขินและซาบซึ้งปนกันอยู่ การได้พักเบรกจากฉากต่อสู้มาเห็นฉากชีวิตประจำวันแบบนี้ทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น เรื่อง ระบบราชินี พลิกจักรวาล รู้จังหวะการเล่าเรื่องดีมาก ไม่ตึงจนเกินไป
ฉากที่นางเอกใช้พลังรักษานี่ไม่ใช่แค่แสงสว่างธรรมดา แต่มันสื่อถึงความพยายามที่จะยื้อชีวิตคนสำคัญไว้ มือที่สั่นเล็กน้อยและสีหน้าที่กังวลของเธอทำให้คนดูอินไปกับสถานการณ์มาก พระเอกที่พยายามจะลุกขึ้นทั้งที่เจ็บก็แสดงถึงความไม่ยอมแพ้ของลูกผู้ชาย ฉากนี้ในระบบราชินี พลิกจักรวาล ทำให้เห็นว่าพลังเวทมนตร์ไม่ใช่แค่เครื่องมือต่อสู้ แต่เป็นเครื่องมือแสดงความรักและความห่วงใยได้ด้วย