ฉากเปิดเรื่องด้วยชุดโกธิคสุดอลังการและหน้ากากปิดตาครึ่งหน้า ทำให้รู้สึกถึงความลึกลับทันที แต่พอถอดหน้ากากออกกลับเห็นแววตาที่เศร้าสร้อย การต่อสู้ช่วงแรกดูรุนแรงแต่แฝงความแค้นส่วนตัวมากกว่าการต่อสู้ทั่วไป ราชินีสงครามคืนถิ่น เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก ฉากที่นางเอกถูกทำร้ายจนเลือดออกปากแล้วพยายามลุกขึ้นสู้ ทำให้คนดูเอาใจช่วยสุดๆ
ชอบการตัดต่อที่เปลี่ยนจากฉากแอ็คชั่นมาสู่ฉากดราม่าในห้องนั่งเล่นได้เนียนมาก ตัวละครชายในชุดนอนลายทางดูอ่อนแอแต่กลับมีความมุ่งมั่นในการปกป้องนางเอก ฉากที่เขายื่นแก้วน้ำให้แล้วนางเอกดื่มทั้งที่มีเลือดเต็มปาก มันสื่อถึงความไว้ใจที่ลึกซึ้ง ราชินีสงครามคืนถิ่น สร้างโมเมนต์ซึ้งๆ แบบนี้ได้ดีจริงๆ ดูแล้วน้ำตาซึม
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ฉากที่ชายชุดดำพยายามจะหนีแต่ถูกดึงกลับมา แล้วหันมาเผชิญหน้ากับศัตรูแทน มันแสดงถึงความรักที่เสียสละ นางเอกที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้ากังวลแต่พยายามเก็บอาการ ก็ทำให้เห็นความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ ราชินีสงครามคืนถิ่น ใช้ภาษากายเล่าเรื่องได้ยอดเยี่ยมมาก ทุกการเคลื่อนไหวมีความหมาย
ฉากที่มีชายแก่ในรถเข็นและหญิงสาวชุดชมพูเข้ามา มันทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้นทันที ดูเหมือนจะเป็นความขัดแย้งภายในครอบครัวหรือองค์กรบางอย่าง การที่นางเอกต้องเผชิญหน้ากับคนใกล้ชิดแบบนี้ มันเจ็บปวดกว่าการต่อสู้กับศัตรูภายนอกเสียอีก ราชินีสงครามคืนถิ่น เล่นประเด็นความสัมพันธ์ที่แตกหักได้ดีมาก ทำให้คนดูอยากติดตามต่อว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร
ชอบการใช้แสงสีในฉากต่างๆ มาก ฉากต่อสู้ใช้แสงเข้มๆ ให้รู้สึกตึงเครียด ส่วนฉากในห้องนั่งเล่นใช้แสงนุ่มๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่แฝงความเศร้า การเปลี่ยนโทนสีตามอารมณ์ตัวละครทำได้เนียนมาก ราชินีสงครามคืนถิ่น มีงานภาพที่สวยงามและสื่ออารมณ์ได้ตรงจุด ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่มีชีวิต ดูแล้วเพลินตาเพลินใจจริงๆ