ตัวละครพระรองผมแดงดูเท่มากในตอนแรก ด้วยรอยสักมังกรและท่าทางนักเลง แต่พอเจอพระเอกเข้าไปเท่านั้นแหละ กลายเป็นเด็กน้อยทันที ฉากที่เขาคุกเข่าขอชีวิตมันแสดงให้เห็นว่าในโลกนี้ยังมีคนที่เก่งกว่าเสมอ เรื่อง ราชันเมด ถล่มโลกซอมบี้ เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากที่คิดว่าพระรองจะเจ๋ง กลับกลายเป็นแค่ตัวประกอบในสายตาพระเอก
ตัวละครนางเอกผมทองนี่น่าสนใจมาก ตอนแรกดูเหมือนจะเข้าข้างพวกมาเฟีย แต่พอเห็นพลังที่แท้จริงของพระเอกเท่านั้นแหละ ท่าทีเปลี่ยนทันที การที่เธอเดินเข้าไปหาพระเอกด้วยรอยยิ้มและท่าทางออดอ้อน มันแสดงให้เห็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผู้หญิง ฉากที่เธอพยายามใกล้ชิดพระเอกท่ามกลางซากปรักหักพังมันดูมีเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน
ต้องยอมรับว่าฉากแอ็คชั่นในเรื่องนี้ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่สมกับเป็น ราชันเมด ถล่มโลกซอมบี้ จริงๆ โดยเฉพาะตอนที่พระเอกปล่อยพลังจนเกิดหลุมยักษ์กลางเมือง ภาพเอฟเฟกต์ไฟและควันดำมันดูสมจริงมาก การที่พระรองนอนกองอยู่กับพื้นในหลุมมันสื่อถึงความพ่ายแพ้ได้อย่างชัดเจน คนดูจะได้รู้สึกถึงความแตกต่างของระดับพลังอย่างชัดเจน
สิ่งที่ชอบที่สุดในตัวละครพระเอกผมขาวคือสีหน้าและแววตา เขาแทบไม่ต้องพูดเยอะแต่แค่ยืนนิ่งๆ ก็ทำให้ศัตรูกลัวได้ ฉากที่เขาจ้องมองศัตรูด้วยสายตาเย็นชาท่ามกลางพายุฝนมันดูเท่มาก การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากนิ่งสงบเป็นดุร้ายตอนใช้พลัง มันทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก
ตัวละครพวกอันธพาลที่มีรอยสักเต็มตัวดูน่ากลัวในตอนแรก แต่พอเจอของจริงเข้าไปก็กลายเป็นคนขี้ขลาดทันที ฉากที่หัวหน้าแก๊งวิ่งหนีตายแล้วกลับมาคุกเข่าขอขมา มันแสดงให้เห็นว่ากำลังวังชาอย่างเดียวไม่พอถ้าเจอคนที่เก่งกว่า เรื่อง ราชันเมด ถล่มโลกซอมบี้ สอนให้เราอย่าประมาทใครหน้าไหน เพราะฟ้ายังมีฟ้า คนเก่งยังมีคนเก่งกว่าเสมอ