รายละเอียดเล็กๆ อย่างรอยแผลบนแก้มของพระเอก ทำให้เรารู้สึกว่าเขาต้องผ่านอะไรมาหนักหนาสาหัสแค่ไหน การที่นางเอกค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเขาอย่างเบามือ แสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยนและความรักที่มีให้กันโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลยสักคำ ดูแล้วซึ้งจนน้ำตาจะไหล เรื่อง วาดรักใต้แผนลวง ทำได้ดีมากในด้านการสื่ออารมณ์ผ่านสายตา
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่เลือกชุดสีแดงสดให้นางเอกมาตัดกับชุดสีดำเข้มของพระเอก ทำให้ภาพที่ออกมาดูสวยงามและมีความหมายแฝงถึงความเป็นคู่ที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน ฉากที่พวกเขานั่งพิงกันอยู่ท่ามกลางหินและฟางแห้ง ดูเหมือนภาพวาดที่มีชีวิตจริงๆ ใครที่ยังไม่ได้ดู วาดรักใต้แผนลวง รีบไปหาดูได้เลย รับรองไม่ผิดหวัง
แสงไฟจากกองไฟที่ลุกโชนอยู่เบื้องหน้า สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและลึกลับในเวลาเดียวกัน แสงสว่างที่วูบวาบสะท้อนบนใบหน้าของทั้งคู่ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในฉากนั้นจริงๆ การถ่ายทำในมุมกว้างที่เห็นทิวทัศน์รอบข้าง ช่วยให้เรารู้สึกถึงความโดดเดี่ยวของโลกใบนี้มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น ช่างเป็นฉากที่ประทับใจมากใน วาดรักใต้แผนลวง
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะแยะ แค่สายตาคู่นั้นก็บอกทุกอย่างแล้ว สายตาของพระเอกที่มองนางเอกด้วยความอ่อนโยนปนความเจ็บปวด และสายตาของนางเอกที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้คนดูอย่างเราอินไปกับตัวละครมากๆ การแสดงของทั้งคู่ใน วาดรักใต้แผนลวง สมจริงจนลืมไปเลยว่านี่คือละคร เป็นฉากที่ควรค่าแก่การดูซ้ำหลายรอบ
บางครั้งความเงียบก็ทรงพลังมากกว่าคำพูดนับพันคำ ฉากที่ทั้งคู่เงียบกันไปชั่วขณะหลังจากที่พระเอกตื่นขึ้นมา ทำให้เรารู้สึกถึงความอึดอัดและความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจของตัวละคร การที่นางเอกพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป ทำให้คนดูอย่างเราต้องเดาใจพวกเขาว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ฉลาดมากใน วาดรักใต้แผนลวง