ชอบมากที่ฉากหลังเปลี่ยนจากท้องฟ้าสีแดงเลือดไปเป็นสีฟ้าสดใสเมื่อพระเอกชนะ การออกแบบตัวละครพระเอกที่มีผมยาวสีขาวและดวงตาสีทองดูมีเสน่ห์มาก ส่วนปีศาจก็ออกแบบได้น่ากลัวจริงๆ โดยเฉพาะฉากที่ดาบปล่อยแสงสว่างจ้าจนกลบทุกอย่าง เป็นฉากที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยพลังบางอย่าง เหมือนตอนที่ดูสะสมแฟนวันสิ้นโลก แต่ที่นี่เน้นการต่อสู้แบบแฟนตาซีมากกว่า
ฉากที่พระเอกร่ายเวทจนเกิดแสงสว่างจ้าจนกลบความมืดทั้งหมดช่างเป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ชนะความสิ้นหวัง การออกแบบฉากต่อสู้ที่ใช้แสงและสีได้อย่างลงตัว ทำให้รู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้จริงๆ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่พระเอกยืนอยู่บนยอดเขาพร้อมดาบในมือ ช่างเป็นภาพที่ทรงพลังมาก เหมือนฉากสำคัญในสะสมแฟนวันสิ้นโลก แต่ที่นี่เน้นการต่อสู้ด้วยพลังเวทมากกว่า
พระเอกผมขาวกับชุดสีดำทองดูมีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะดวงตาสีทองที่สื่อถึงความมุ่งมั่น ส่วนปีศาจก็ออกแบบได้น่ากลัวจริงๆ ด้วยเขาสีแดงและดวงตาที่เรืองแสง ฉากต่อสู้ที่ใช้พลังสายฟ้าและแสงสว่างทำให้รู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลา การเปลี่ยนจากฉากมืดเป็นฉากสว่างตอนจบช่างมีความหมายลึกซึ้ง เหมือนการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่วที่เห็นในสะสมแฟนวันสิ้นโลก แต่ที่นี่เน้นการต่อสู้แบบแฟนตาซีที่อลังการกว่า
ชอบมากที่ฉากต่อสู้ไม่เน้นแค่การฟันดาบ แต่มีการใช้พลังเวทมนตร์และแสงสีอย่างลงตัว โดยเฉพาะฉากที่พระเอกร่ายเวทจนเกิดแสงสว่างจ้าจนกลบความมืดทั้งหมด ช่างเป็นฉากที่ทรงพลังมาก การออกแบบฉากหลังที่เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีฟ้าสดใสเมื่อพระเอกชนะ ทำให้รู้สึกเหมือนความหวังได้กลับมาอีกครั้ง เหมือนฉากสำคัญในสะสมแฟนวันสิ้นโลก แต่ที่นี่เน้นการต่อสู้ด้วยพลังเวทที่อลังการและน่าตื่นเต้นกว่า
ฉากต่อสู้ระหว่างพระเอกผมขาวกับปีศาจเขาสีแดงช่างน่าตื่นเต้นมาก พลังสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมาพร้อมกับแสงสว่างจากดาบทำให้ขนลุกซู่ไปหมด การเปลี่ยนโทนสีจากแดงฉานเป็นฟ้าสดใสตอนจบช่างมีความหมายลึกซึ้ง เหมือนกับการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่วที่เห็นในสะสมแฟนวันสิ้นโลก แต่ที่นี่เน้นการต่อสู้ด้วยพลังเวทมนตร์ที่อลังการจริงๆ