ฉากงานแต่งงานที่ควรจะเป็นคืนหวานกลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อแม่สามีบุกเข้ามาทำร้ายซูหรานอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดในอดีตถูกถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจนมากผ่านสายตาของเธอตอนที่กลับมาในปัจจุบัน ฉันดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกอินมากกับพล็อตเรื่องการตอบแทน ความเงียบก่อนจะระเบิดของซูหรานทำให้คนดูเอาใจช่วยจริงๆ อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ คือคำนิยามที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวละครนี้ที่พร้อมจะทวงคืนทุกอย่างที่เคยสูญเสียไปให้สาสม ความดราม่าเข้มข้นมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างกู้หลิงฮันและซูหรานซับซ้อนมาก เขาพยายามจะห้ามเธอไม่ให้เดินจากไปแต่ก็สายเกินไปแล้ว ฉากที่เธอถือกระเป๋าเดินทางยืนเผชิญหน้ากับเขาทำให้เห็นถึงความเด็ดขาดที่เปลี่ยนไปจากหญิงสาวผู้ยอมทนในอดีต แม่สามีที่นั่งรถเข้านั่นแหละคือต้นเหตุของทุกอย่าง ความแค้นที่สะสมมานานสุดท้ายจะถูกระเบิดออกมาในเร็วๆนี้แน่ๆ อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ เป็นซีรีส์ที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมากทุกฉากมีความหมายซ่อนอยู่ ต้องติดตามต่อ
ชอบการตัดสลับระหว่างอดีตและปัจจุบันมาก ทำให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของซูหรานได้ชัดเจน จากเจ้าสาวในชุดสีแดงที่ถูกทำร้าย สู่ซูหรานแต่งตัวเรียบๆแต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือที่พันผ้าขาวนั่นอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของบาดแผลทางใจที่ยังไม่หายดี การแสดงของนักแสดงนำทำให้เราเชื่อในตัวละครนี้จริงๆ อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ ไม่ได้มีแค่ดราม่าแต่ยังมีความสะใจรออยู่ข้างหน้าด้วย คนดูแล้วรู้สึกสนุกมาก
แม่สามีคนนี้ร้ายกาจมากขนาดวันแต่งงานยังทำลายความสุขของลูกชายได้ลงคอ ฉากที่เธอทุบตีซูหรานทำให้คนดูรู้สึกโกรธแทนจริงๆ แต่พอมาเห็นปัจจุบันเธอนั่งรถเข้านั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้ ซูหรานอาจจะวางแผนอะไรบางอย่างไว้แล้วก็ได้มั้ง ความลับของครอบครัวนี้ยังถูกปิดบังอยู่อีกมาก อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ เป็นเรื่องที่คาดเดาตอนจบได้ยากมากเพราะพล็อตพลิกตลอดทุกตอน น่าติดตามสุดๆเลย
ฉากที่กู้หลิงฮันพยายามรั้งซูหรานไว้แสดงให้เห็นว่าเขายังมีความรู้สึกให้เธออยู่ แต่ความอ่อนข้อให้แม่ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง ซูหรานคงเหนื่อยมากที่ต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้มานานสองปีเต็มๆ การที่เธอตัดสินใจเดินออกมาคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ฉันชอบบรรยากาศมืดๆในห้องนั้นมันสื่อถึงความอึดอัดได้ดีมาก อดทนเงียบ แล้วฟาดให้ยับ สร้างความกดดันให้คนดูได้ตลอดทั้งเรื่องเลย อยากดูตอนต่อไปแล้ว