ฉากเปิดเรื่องในเกมรักใต้ราชโองการ ทำเอาคนดูต้องกลั้นหายใจตามนางเอกชุดขาวที่โดนดึงแขนแรงขนาดนั้น สีหน้าเจ็บปวดของเธอส่งผ่านหน้าจอมาจนรู้สึกได้จริงๆ การแสดงของนักแสดงนำหญิงคนนี้ละเอียดอ่อนมาก แค่ขยับคิ้วก็บอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ทรมานในใจได้ครบถ้วน ฉากวังที่ดูหรูหราแต่กลับเต็มไปด้วยกับดักความรู้สึก ทำให้เราเอาใจช่วยเธอสุดๆ อยากให้เธอหลุดพ้นจากวังวนนี้เร็วๆ
ตอนที่องค์ฮ่องเต้ในชุดสีเหลืองเดินลงมาตามบันได บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที ความเงียบสงัดที่ปกคลุมไปทั่วลานวังสะท้อนถึงอำนาจอันน่าเกรงขามของท่านได้เป็นอย่างดี ในเกมรักใต้ราชโองการ ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าเรื่องรักจะวุ่นวายแค่ไหน สุดท้ายคำสั่งของฟ้าดินก็อยู่เหนือทุกสิ่ง สายตาที่มองลงมาของฮ่องเต้ทำให้รู้ว่าไม่มีใครรอดพ้นจากการตัดสินของพระองค์ไปได้ง่ายๆ แน่นอน
ฉากในห้องที่แสงเทียนสลัวกับหญิงสาวชุดฟ้าที่คุกเข่าร้องไห้ เป็นฉากที่บีบหัวใจที่สุดเรื่องหนึ่งในเกมรักใต้ราชโองการ การที่เธอต้องก้มหน้ารับฟังคำตำหนิทั้งที่น้ำตาไหลไม่หยุด แสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาที่ถูกกดทับด้วยกฎระเบียบอันเข้มงวด แสงเงาในห้องช่วยเสริมอารมณ์โศกเศร้าได้เป็นอย่างดี ทำให้คนดูอย่างเราอยากเข้าไปปลอบใจเธอจริงๆ ช่างเป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย
ฉากจบที่ชายชุดเทาจิบชาอย่างช้าๆ พร้อมสีหน้าเรียบเฉย เป็นศิลปะการเล่าเรื่องที่ทรงพลังมากในเกมรักใต้ราชโองการ การกระทำง่ายๆ อย่างการเปิดฝาถ้วยชาและจิบเบาๆ กลับสื่อถึงความเย็นชาและการตัดสินใจที่เด็ดขาดได้ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องตะโกนหรือแสดงอารมณ์รุนแรง แต่ความนิ่งนั้นน่ากลัวกว่าเสียงดังใดๆ ทั้งสิ้น คนดูเดาได้ทันทีว่าชะตากรรมของหญิงสาวคนนั้นคงไม่สดใสแน่ๆ
ต้องยกนิ้วให้ทีมเครื่องแต่งกายในเกมรักใต้ราชโองการ ที่จัดเต็มทุกชุดโดยเฉพาะเครื่องประดับศีรษะของนางเอกแต่ละคนที่วิจิตรตระการตา แต่ความสวยงามของชุดกลับยิ่งตัดกับความทุกข์ในใจของตัวละครได้อย่างน่าใจหาย ชุดสีฟ้าอ่อนที่ดูบางเบาเหมือนปีกนก กลับต้องแบกรับน้ำหนักของคำตัดสินที่โหดร้าย ความขัดแย้งระหว่างความงามภายนอกและความเจ็บปวดภายในคือจุดเด่นที่ทำให้เรื่องนี้ดูมีมิติมากขึ้น