ฉากเปิดมาด้วยบ้านหลังใหญ่โตอลังการมาก ดูแล้วรู้เลยว่าครอบครัวนี้รวยระดับไหน แต่พอเข้ามาในห้องกินข้าวบรรยากาศกลับเย็นชาอย่างบอกไม่ถูก พระเอกนั่งกินแซนด์วิชอย่างเงียบๆ ส่วนนางเอกก็ดูมีความกังวลบางอย่างซ่อนอยู่ เหมือนกำลังอ่านนิยายรักดราม่าเข้มข้นเลยจริงๆ เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด แบบนี้แหละที่คนดูต้องการ ความตึงเครียดมันแผ่กระจายออกมาจากหน้าจอเลยอยากรู้ต่อ
โทรศัพท์ดังขึ้นตอนกำลังกินข้าวเช้าพอดี คนโทรมาคือคุณหลู่ใช่ไหมนะ เห็นหน้าจอก็รู้เลยว่างานเข้าแน่ๆ นางเอกหยิบมือถือขึ้นมารับด้วยสีหน้ากังวล ส่วนพระเอกก็ยังนั่งกินอาหารต่อทำเป็นไม่สนใจ แต่สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว ชัดเจนว่ามีความหึงซ่อนอยู่ลึกๆ ฉากนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด จริงๆ อยากให้รีบเฉลยปมดราม่านี้เร็วๆ เลยค่ะ
การแต่งตัวของทั้งคู่ดูดีมีสไตล์มาก พระเอกใส่แจ็คเก็ตหนังสีดำดูเท่ขรึม ส่วนนางเอกใส่เสื้อโค้ทลายตารางดูเป็นผู้ดี แต่สีหน้ากลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันแต่เหมือนมีกำแพงกั้นกลางไว้ การแสดงสีหน้าของนักแสดงละเอียดอ่อนมาก แค่ขยับตาก็บอกอารมณ์ได้หมด เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด การผลิตฉากนี้ดูแพงและใส่ใจรายละเอียดทุกจุดจริงๆ
ชอบฉากที่พระเอกหยิบอาหารมากินช้าๆ ในขณะที่นางเอกกำลังโทรศัพท์ สายตาที่มองมาไม่ใช่แค่การมองธรรมดา แต่มันมีความหมายซ่อนอยู่เยอะมาก เหมือนกำลังจับผิดหรืออาจจะกำลังน้อยใจอะไรสักอย่าง บรรยากาศในห้องอาหารที่ดูหรูหราแต่กลับเงียบเหงาจนน่าอึดอัด คนดูอย่างเราแทบจะหายใจไม่ตามกันเลยค่ะ เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าน่าติดตาม
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูซับซ้อนมาก ไม่ใช่แค่คนรักธรรมดาแน่นอน มีบางอย่างที่ปิดบังกันอยู่แน่ๆ โดยเฉพาะตอนที่นางเอกรับสายแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที พระเอกก็ทำท่าทางเหมือนรู้ทันแต่ไม่พูดอะไรออกมา ความเงียบในฉากนี้ดังกว่าเสียงพูดเสียอีก เป็นพล็อตที่ดึงดูดให้คนดูอยากค้นหาความจริงต่อเรื่อยๆ เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด จริงๆ นะคะเนื้อเรื่องนี้สนุกมาก
ฉากนี้ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก แค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เช่นการวางมือหรือการเหลือบมอง ก็ทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้ทันที พระเอกแสดงความเป็นเจ้าของออกมาทางสายตาได้อย่างแนบเนียน ส่วนนางเอกก็แสดงความเป็นกังวลได้สมจริงมาก ดูแล้วรู้เลยว่าเข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด ไม่ใช่แค่คำโฆษณาแต่เป็นความจริงที่สัมผัสได้
โคมไฟระย้าและโต๊ะอาหารสีทองสะท้อนความรวยได้เป็นอย่างดี แต่ความสุขกลับไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมเลย นางเอกนั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังคิดอะไรหนักใจ ส่วนพระเอกก็พยายามทำตัวสบายๆ แต่จริงๆ แล้วคงไม่สบายใจแน่ๆ ฉากนี้สร้างบรรยากาศได้กดดันมาก คนดูรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครเลยจริงๆ เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด แบบนี้แหละค่ะถึงจะฟิน
จุดเปลี่ยนของฉากอยู่ที่เสียงโทรศัพท์นั่นเอง ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็นั่งเงียบๆ กันอยู่แล้ว พอมีสายเข้ามาก็ยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีก นางเอกรีบรับสายทันทีแสดงว่าเรื่องนั้นสำคัญมาก ส่วนพระเอกก็ยังคงนิ่งแต่สายตาคมขึ้นทันที เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เรื่องดูน่าสนใจขึ้นเยอะเลย เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด จริงๆ ค่ะพล็อตแบบนี้หาชมยาก
ชอบมุมกล้องที่ถ่ายให้เห็นความกว้างของห้องอาหาร มันช่วยเน้นให้ตัวละครดูโดดเดี่ยวแม้จะนั่งอยู่ด้วยกันก็ตาม การจัดวางองค์ประกอบภาพทำได้ดีมาก แสงสว่างที่ส่องเข้ามาผ่านม่านก็ช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราแอบนั่งมองพวกเขาอยู่จริงๆ เลยค่ะ เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด การถ่ายทำสวยงามทุกเฟรมจริงๆ
โดยรวมแล้วฉากนี้ทำออกมาได้ดีมากทั้งการแสดงและการดำเนินเรื่อง แม้จะไม่มีฉากแอคชั่นแต่ความดราม่าก็เต็มเปี่ยม คนดูสามารถเดาเนื้อเรื่องได้บ้างแต่ก็ยังมีปมให้สงสัยอีกเยอะ โดยเฉพาะเรื่องคุณหลู่ที่โทรมาว่าคือใครกันแน่ อยากให้รีบออกตอนต่อไปเร็วๆ เลยค่ะ อดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ เข้านิยายทั้งที ต้องเริ่ดให้สุด คำนี้ใช้ได้กับเรื่องนี้เลยจริงๆค่ะ