ฉากที่นางเอกนั่งรอคนเดียวหน้าโต๊ะอาหารมันช่างหดหู่ใจจริงๆ นาฬิกาเดินทุกวินาทีเหมือนนับถอยหลังความหวัง เค้กวางอยู่ตรงหน้าแต่พระเอกไม่กลับมา น้ำตาที่ไหลออกมาทำให้คนดูใจสลายตามไปด้วย เนื้อหาใน เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก ทำได้ดีมากจนอยากเข้าไปปลอบเธอเลยจริงๆ ความเงียบในห้องยิ่งทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวอย่างชัดเจน
เห็นเขาถูกหญิงอื่นกอดขณะคุยโทรศัพท์กับเธอมันเจ็บปวดแทนจริงๆ แสงสีฟ้าในห้องนั้นตัดกับบรรยากาศที่บ้านอย่างชัดเจน การนอกใจแบบนี้ไม่มีใครยอมรับได้หรอกนะ พระเอกดูเย็นชาเกินไปจนน่าเกลียดใจจริง ๆ เรื่อง เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก ทำให้คนดูรู้สึกโกรธแทนนางเอกมาก อยากให้เธอทิ้งเขาไปเร็วๆ
การยื่นบัตรให้แทนคำขอโทษมันช่างไร้ความรู้สึกสุดๆ นางเอกเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแต่กลับได้รับสิ่งนี้ตอบแทน การจากลาด้วยกระเป๋าเดินทางบอกทุกอย่างว่าจบกันแล้ว ฉากนี้ใน เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก สะท้อนความจริงของความสัมพันธ์ที่แตกหักได้ดีมาก เธอสมควรได้คนที่ดีกว่านี้จริงๆ
โมเมนต์ที่เธอโยนรูปจบการศึกษาลงถังขยะมันหมายถึงการตัดอดีตทิ้งอย่างสิ้นเชิง น้ำตาที่กลั้นไว้สุดท้ายก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ การตัดสินใจเดินออกมาคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วสำหรับเธอ เนื้อหาใน เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก สอนให้เรารู้จักรักตัวเองก่อนรักคนอื่นเสมอจริงๆ
นักแสดงแสดงอารมณ์ได้ละเอียดมากโดยเฉพาะฉากที่เธอถือโทรศัพท์มือสั่น สายตาที่ว่างเปล่าบอกความเจ็บปวดได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งคู่ดูเข้ากันแต่ความสัมพันธ์กลับเปราะบางเกินไป การติดตาม เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ ของความรักที่เจ็บปวดแต่สวยงามในแบบของมัน
การจัดแสงสีฟ้าตัดกับแสงอุ่นในบ้านสร้างอารมณ์ที่ขัดแย้งได้ดีมาก ความเงียบสงัดทำให้เสียงนาฬิกาโดดเด่นขึ้นทุกวินาที ฉากอาหารที่ไม่มีใครกินสะท้อนความเหงาได้ชัดเจนมาก คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วยจริงๆ ต้องชมทีมสร้างของ เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก ที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้
การลากกระเป๋าเดินทางออกมาในตอนดึกแสดงถึงความเด็ดขาดของนางเอก ไม่มีคำอ้อนวอนไม่มีน้ำตาขอความเห็นใจ พระเอกพยายามจะหยุดแต่ก็สายเกินไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่หมดรักย่อมจบลงแบบนี้แหละ เรื่อง เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก ทำให้เราเห็นว่าบางครั้งการจากลาคือจุดเริ่มต้นใหม่
การไม่รับโทรศัพท์ขณะที่อยู่กับคนอื่นคือการดูถูกที่สุดแล้ว เธอรอจนดึกดื่นแต่คำตอบที่ได้กลับมาคือความเงียบงัน ความหวังที่ค่อยๆ มอดดับลงทีละนิดช่างทรมานใจคนดูจริงๆ พล็อตเรื่องใน เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมากจนวางไม่ลงเลย
เค้กวันเกิดที่ตั้งไว้ไม่มีใครได้กินกลายเป็นสัญลักษณ์ของคำสัญญาที่ผิดหวัง เธอนั่งคนเดียวในความมืดจนน่าใจหาย ภาพนี้ติดตาคนดูไปอีกนานเลยจริงๆ ความเศร้าที่ถ่ายทอดออกมาผ่านสายตาทำให้เราอินมาก ดู เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก แล้วรู้สึกอยากกอดเธอจริงๆ
ตอนจบที่นางเอกเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามันสะใจมาก พระเอกได้ชิมรสชาติของการสูญเสียแล้วบ้าง ความสัมพันธ์ที่สร้างบนความไม่จริงใจย่อมไม่ยั่งยืน การดู เจ้าบ่าวคนใหม่ ร้ายแต่รัก ทำให้เราเรียนรู้ว่าอย่าทนกับคนที่ทำให้เราเจ็บปวดซ้ำๆ เด็ดขาดเลย