ชอบโมเมนต์ที่ตัวละครใน เมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ ใช้สายตาในการสื่อสารมากกว่าคำพูด หญิงสาวหยิบกระจกขึ้นมาเช็คความเรียบร้อยในขณะที่ชายหนุ่มจ้องมองด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มันเหมือนเกมแมวไล่จับหนูที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเปิดใจก่อน ฉากนี้บิ้วท์อารมณ์คนดูได้เก่งมาก ทำให้เรารู้สึกอึดอัดไปกับบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารอร่อยแต่กลับกินไม่ลงเพราะความตึงเครียด
พล็อตเรื่องใน เมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากฉากที่ฝ่ายหญิงทำท่าทางข่มขู่ชี้หน้าและกอดอกใส่ชายหนุ่ม ดูเหมือนจะทะเลาะกันหนักมาก แต่พอเริ่มกินข้าว บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มตักกับข้าวใส่จานให้ด้วยความใส่ใจ ส่วนฝ่ายหญิงก็เริ่มยอมลดท่าทีก้าวร้าวลง การเปลี่ยนผ่านจากคู่กัดมาเป็นคู่ที่ดูมีความห่วงใยกันทำให้คนดูใจละลายทันที
สิ่งที่ทำให้ เมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ น่าติดตามคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างตอนที่ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือหญิงสาวไว้เพื่อหยุดการกระทำบางอย่าง หรือตอนที่เขาตักผักใส่จานให้เธอโดยที่เธอไม่ได้ขอ แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจแต่การกระทำกลับตรงกันข้าม ฉากกินข้าวร่วมกันนี้แสดงให้เห็นว่าภายใต้ความขัดแย้งยังมีความห่วงใยซ่อนอยู่ ทำให้คนดูเอาใจช่วยอยากให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันเร็วๆ
ต้องยกนิ้วให้เคมีของนักแสดงนำใน เมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ ที่เข้าขากันได้ดีมาก ทั้งคู่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมาได้เป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ความเกรี้ยวกราด ความน้อยใจ ไปจนถึงความเขินอายตอนที่ถูกดูแลเรื่องอาหารการกิน ฉากจบที่หญิงสาวอมยิ้มขณะถือตะเกียบเป็นภาพที่บอกเลยว่าเธอเริ่มใจอ่อนแล้ว คนดูอย่างเราจบบทนี้ไปก็รอคอยบทต่อไปทันทีว่าความสัมพันธ์จะพัฒนาไปทางไหน
ฉากเปิดเรื่องในซีรีส์ เมียเก่าสุดแกร่ง พิชิตใจซีอีโอ ทำได้ดีมากในการสื่ออารมณ์ผ่านภาษากาย ชายหนุ่มดึงเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งอย่างสุภาพ แต่สีหน้าของทั้งคู่กลับดูตึงเครียดและเงียบงัน การนั่งห่างกันบนโต๊ะอาหารวงใหญ่ยิ่งเน้นย้ำความห่างเหินในความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะมีปมบางอย่างซ่อนอยู่ การแสดงสีหน้าที่เย็นชาของฝ่ายหญิงทำให้คนดูอยากรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา