ฉากเปิดเรื่องในสายฝนช่างบีบหัวใจเหลือเกิน ชายหนุ่มในชุดสูทดูสง่าแต่แววตาเจ็บปวด ยืนถือร่มมองหญิงสาวที่กอดลูกน้อยนั่งร้องไห้กลางฝน ความขัดแย้งระหว่างความหรูหราของเขากับความทุกข์ยากของเธอ ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก เหมือนกำลังดูฉากสำคัญใน เมื่อรักสายเกินไป ที่ตัวละครต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ
เปลี่ยนจากฉากฝนมาสู่บรรยากาศงานเลี้ยงที่ดูหรูหรา แต่กลับเต็มไปด้วยความอึดอัด การสนทนาระหว่างสุภาพสตรีสองคนดูมีชั้นเชิงแต่แฝงไปด้วยการต่อสู้ทางวาจา ส่วนชายหนุ่มในแว่นทองดูจะแบกรับความกดดันบางอย่างไว้ การตัดสลับระหว่างความสุขภายนอกกับความทุกข์ภายใน ทำให้เรื่อง เมื่อรักสายเกินไป น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
การแสดงสีหน้าของนักแสดงนำช่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะฉากที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำมองลงมาที่แม่ลูกด้วยสายตาที่ซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด รัก และหมดหวัง ในขณะเดียวกัน หญิงสาวในชุดสีขาวก็สื่อความทุกข์ทรมานออกมาได้สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องใช้คำพูดมาก แต่สายตาของพวกเขาบอกเล่าเรื่องราวของ เมื่อรักสายเกินไป ได้ชัดเจนที่สุด
ผู้กำกับสร้างภาพ contrast ได้ยอดเยี่ยม ระหว่างโลกของชายหนุ่มผู้มั่งคั่งในงานเลี้ยง กับโลกของแม่ลูกที่ต้องเผชิญฝนกลางถนน ความแตกต่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่เป็นช่องว่างทางอารมณ์และสถานะที่ดูเหมือนจะข้ามไม่ได้ เรื่อง เมื่อรักสายเกินไป กำลังจะบอกเราว่า บางครั้งความรักก็ไม่สามารถเอาชนะทุกสิ่งได้เสมอไป
ต้องชมทีมถ่ายทำที่สร้างฉากฝนได้สมจริงมาก หยดน้ำที่ตกกระทบใบหน้าของนักแสดง เสื้อผ้าที่เปียกปอน แสงไฟที่สะท้อนผ่านสายฝน ทุกอย่างช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้อย่างลงตัว ฉากนี้ใน เมื่อรักสายเกินไป จะกลายเป็นฉากในตำนานที่คนดูจดจำไปอีกนาน โดยเฉพาะโมเมนต์ที่ชายหนุ่มยื่นร่มให้แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้