ฉากฟุตบอลในอนาคตดูตื่นตาตื่นใจมาก เทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาทำให้เกมดูเข้มข้นขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจังหวะที่ทีมเหลืองกลับมายิงประตูได้สามลูกติดกัน คนดูอย่างเราแทบจะกระโดดออกจากเก้าอี้เลย ความสัมพันธ์ของผู้เล่นหมายเลขเจ็ดกับหมายเลขสิบก็มีความดราม่าซ่อนอยู่ ดูแล้วอยากติดตามต่อมาก ๆ ในซีรีส์ โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง ที่มีพล็อตน่าสนใจแบบนี้ การถ่ายทำมุมกล้องก็ทำได้ดีมากจริง ๆ
ชอบตรงที่ฉากดวลระหว่างทีมมังกรสีน้ำเงินกับทีมสายฟ้าสีเหลือง มันไม่ใช่แค่เกมกีฬาแต่เป็นการต่อสู้ของความยึดมั่นในตัวเองเลยทีเดียว จังหวะที่หมายเลขสิบล้มลงแล้วมองตามหมายเลขเจ็ดเดินเข้าอุโมงค์ไปมันกินใจมาก รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมีความลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้ตอนแรก ใครที่ชอบดูแนวแข่งขันต้องไม่พลาดเรื่องนี้ โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง ทำออกมาได้สนุกเกินคาดจริง ๆ อยากให้รีบออกตอนต่อไปไว ๆ
ฉากเฉลิมฉลองหลังจากยิงประตูได้แต่ละลูกมันทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับชัยชนะนั้นมาก ๆ โดยเฉพาะลูกสุดท้ายที่สกอร์กลายเป็นสามต่อศูนย์ ทีมสีเหลืองวิ่งมากอดกันดีใจจนน้ำตาไหลเลย ส่วนทีมสีน้ำเงินดูหมดหวังอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ประมาณนี้หาได้ยากในหนังกีฬาทั่วไป รู้สึกว่า โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง เข้าใจจิตวิทยาคนดูมาก ๆ ดูแล้วรู้สึกฮึกเหิมอยากลุกไปออกกำลังกายทันทีเลย
ตัวละครหมายเลขเจ็ดที่มีผมสีขาวดำดูมีเสน่ห์มาก ๆ ทั้งท่าทางมุ่งมั่นตอนผูกเชือกรองเท้าและสายตาที่เด็ดเดี่ยวตอนยิงประตู ทุกการเคลื่อนไหวดูมีพลังและมีความหมายซ่อนอยู่เสมอ ทำให้คนดูเอาใจช่วยเขาตลอดทั้งเรื่อง ฉากที่เขาเดินเข้าอุโมงค์ไปโดยไม่มีใครตามทันมันแสดงถึงความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ดูใน โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง แล้วรู้สึกว่าตัวละครนี้มีความลับอะไรบางอย่างที่น่าสนใจมาก
หมายเลขสิบของทีมสีน้ำเงินไม่ใช่ตัวร้ายธรรมดา ๆ เพราะสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเทคโนโลยีที่ฝังอยู่ในตัวเขาทำให้รู้ว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง จังหวะที่เขพยายามไล่ตามบอลแต่ไม่ทันมันสะท้อนถึงความพ่ายแพ้ที่ต้องยอมรับ การแสดงออกทางสีหน้าทำได้ละเอียดอ่อนมาก แม้จะไม่มีคำพูดแต่ก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ดูแล้วรู้สึกสงสารเขาเหมือนกันใน โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง เรื่องนี้
หนังไม่มีการยืดเยื้อเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกวินาทีมีความสำคัญต่อการแข่งขันทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มเกมจนจบสกอร์สามต่อศูนย์คนดูไม่มีโอกาสได้หายใจหายคอเลยด้วยซ้ำ จังหวะตัดต่อทำได้ดีมาก ๆ ทำให้รู้สึกลุ้นไปกับทุกช็อตการเลี้ยงบอลและการยิงประตู ความตื่นเต้นมันพุ่งพล่านตลอดเรื่องจริง ๆ ใครที่หาอะไรดูแก้เบื่อต้องเรื่องนี้เลย โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง การันตีความสนุกแบบไม่ผิดหวังแน่นอน
โทนสีของสนามกีฬาที่ดูทันสมัยผสมกับแสงนีออนสีฟ้าทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอนาคตจริง ๆ โดรนที่บินอยู่เหนือสนามก็เพิ่มมิติของความเทคโนโลยีเข้าไปได้อีก เสียงเชียร์จากคนดูแม้จะไม่ชัดเจนแต่ก็รู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ส่งลงมาในสนาม การออกแบบโปรดักชั่นดีไซน์ทำออกมาได้ละเอียดมาก ๆ ดูแล้วเพลิดเพลินกับสายตาอย่างมาก ใน โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง มีรายละเอียดแบบนี้ให้สังเกตเยอะมาก
นอกจากความสนุกของเกมแล้วสิ่งที่ได้เต็ม ๆ คืออารมณ์ของนักกีฬาแต่ละคน ทั้งความดีใจความเสียใจและความมุ่งมั่น มันถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสายตาและการกระทำได้อย่างชัดเจนมาก ๆ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ทั้งสองทีมยืนมองกันมันบอกอะไรได้หลายอย่างเลย ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมการแข่งขันนั้นจริง ๆ โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง ทำได้ดีมากในจุดนี้จริง ๆ
ถ้าใครกำลังหาหนังกีฬาที่ผสมผสานความเป็นไซไฟเข้าไปด้วยต้องเรื่องนี้เลย มันแปลกใหม่และไม่ซ้ำใครแน่นอน ภาพสวยมาก ๆ แสงสีตระการตาทุกฉากเลย เรื่องราวก็ไม่ได้ซับซ้อนเกินไปดูเข้าใจง่ายแต่มีความลึกซึ้งในรายละเอียดของตัวละครแต่ละคน ดูผ่านแอปแล้วภาพคมชัดมาก ๆ ไม่กระตุกเลยสักนิดเดียว โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การดูมาก ๆ ในวันหยุดนี้
ฉากจบที่หมายเลขเจ็ดเดินเข้าอุโมงค์ไปทิ้งคำถามไว้ให้คนดูเยอะมากว่าเขาจะไปไหนต่อหรือมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ส่วนหมายเลขสิบที่ยืนมองตามก็ดูเหมือนจะยังไม่ยอมแพ้เรื่องราวคงยังไม่จบแค่นี้แน่นอน ความรู้สึกมันค้างคาอยากรู้ตอนต่อไปทันทีเลย การทิ้งปมแบบนี้ทำให้คนดูต้องติดตามต่ออย่างแน่นอน ใน โค้ชสาวปั้นทีมกากให้ปัง คงมีอะไรตื่นเต้นกว่านี้รออยู่แน่ ๆ อยากให้รีบออกตอนใหม่เร็ว ๆ