ฉากเปิดเรื่องใน โลกแตก แต่ผมโคตรโกง ทำเอาขนลุกทันทีเมื่อพระเอกต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีเกล็ดสีเขียว ดูเหมือนมนุษย์จระเข้ บรรยากาศเมืองร้างที่เงียบสงัดตัดกับความตึงเครียดของการต่อสู้ได้สมบูรณ์แบบ แสงสีฟ้าหม่นๆ ยิ่งเสริมให้รู้สึกถึงความอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า การแปลงร่างเป็นชุดเกราะไฟของพระเอกนั้นอลังการมาก เหมือนเทพเจ้าแห่งสงครามลงมาปราบมารจริงๆ
ต้องยอมรับว่าเอฟเฟกต์ใน โลกแตก แต่ผมโคตรโกง นั้นทำออกมาได้เหนือความคาดหมายมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกปลุกพลังไฟจนกลายเป็นนักรบปีกขาวถือดาบเพลิง ความละเอียดของเปลวเพลิงและการเคลื่อนไหวของปีกนั้นสมจริงจนแทบจะสัมผัสความร้อนได้ การต่อสู้กับศัตรูที่กลายร่างเป็นจระเข้สามหัวนั้นมันส์หยดติ๋ง ทุกช็อตการฟันดาบเต็มไปด้วยพลังและความรวดเร็ว
ตัวละครร้ายในเรื่อง โลกแตก แต่ผมโคตรโกง นั้นออกแบบมาได้โหดมาก จากมนุษย์ครึ่งจระเข้ที่ดูเย่อหยิ่ง กลับกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดสามหัวที่มีตาสีต่างกัน แต่ละหัวดูดุร้ายและพร้อมจะขย้ำทุกอย่างที่ขวางหน้า สีของตาแต่ละข้างดูเหมือนจะสื่อถึงพลังที่แตกต่างกัน ทำให้การต่อสู้ดูมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสู้กันด้วยกำลังอย่างเดียว แต่ยังมีกลยุทธ์และการรับมือกับพลังที่หลากหลาย
ใครจะคิดว่าใน โลกแตก แต่ผมโคตรโกง จะมีฉากซุ่มยิงด้วยปืนสไนเปอร์แทรกเข้ามาด้วย ชายผมแดงในชุดทหารที่ปรากฏตัวขึ้นบนดาดฟ้าสร้างมิติใหม่ให้กับเรื่องราว การเล็งเป้าผ่านกล้องสไนเปอร์ที่เห็นนักรบเพลิงลอยอยู่กลางอากาศนั้นเป็นช็อตที่สวยและตื่นเต้นมาก มันทำให้รู้ว่าศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การต่อสู้ตัวต่อตัว แต่ยังมีสายตาที่คอยจับจ้องจากที่ไกลๆ อีกด้วย
ดีไซน์ชุดเกราะของพระเอกใน โลกแตก แต่ผมโคตรโกง นั้นสวยงามและดูทรงพลังมาก สีทองส้มที่เรืองแสงเหมือนลาวาตัดกับปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่เป็นประกายแวววาว สร้างความเปรียบต่างที่ลงตัวอย่างยิ่งยวด ดาบเพลิงในมือที่ลุกไหม้อยู่ตลอดเวลาแสดงถึงอำนาจการทำลายล้างที่สูงส่ง ทุกครั้งที่พระเอกขยับตัว เกล็ดไฟบนชุดเกราะจะเปล่งประกายสวยงามจนแทบจะละสายตาไม่ได้