บรรยากาศในห้องทดลองดูเย็นชาแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะตอนที่หนูขาวโผล่มาทำให้คนดูขนลุกจริงๆ เรื่อง ไวรัสร้าย เกมลวงโลก เล่นกับความรู้สึกกลัวได้ดีมาก ฉากที่ตัวละครหญิงสะดุ้งจนเกาะแขนเพื่อนร่วมงานแสดงถึงความเปราะบางภายใต้ชุดกาวน์สีขาว
ความสัมพันธ์ของสองนักวิทยาศาสตร์ในเรื่อง ไวรัสร้าย เกมลวงโลก น่าสนใจมาก ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานแต่ดูเหมือนมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น สายตาที่มองกันตอนส่องกล้องจุลทรรศน์บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด การแสดงออกทางสีหน้าทำให้คนดูเอาใจช่วยพวกเขา
ฉากโฮโลแกรมและหน้าจอโปร่งใสในเรื่อง ไวรัสร้าย เกมลวงโลก ดูทันสมัยมาก แต่พอไฟดับลงกลับกลายเป็นความน่ากลัวที่คาดไม่ถึง การเปลี่ยนจากแสงสีฟ้าสดใสสู่ความมืดมิดสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี หนูขาวที่วิ่งออกมาตอนไฟดับคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรื่องน่าติดตามขึ้นทันที
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดใน ไวรัสร้าย เกมลวงโลก อาจไม่ใช่เชื้อโรคแต่คือความไม่แน่นอนในห้องปิดตาย ฉากที่ตัวละครทั้งสองยืนมองกันในความมืดสะท้อนความหวาดระแวงได้ดี หนูขาวที่ปีนรองเท้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของความเปราะบางในโลกวิทยาศาสตร์ที่ดูมั่นคง
ชอบวิธีที่ ไวรัสร้าย เกมลวงโลก ใช้รายละเอียดเล็กๆ อย่างรองเท้าผ้าใบสีขาวหรือแว่นตาของตัวละครหญิงสื่อถึงความเป็นมนุษย์ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ฉากที่เธอพยายามต่อสายไฟด้วยตัวเองแสดงถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้แม้ในสถานการณ์คับขัน