ฉากเปิดเรื่องด้วยภาพยาพิษถูกเทลงในถ้วยทองช่างน่าขนลุกจริงๆ บรรยากาศในห้องนอนที่เงียบสงัดตัดกับความรู้สึกกังวลของหญิงสาวในชุดสีชมพูได้เป็นอย่างดี การที่หมอเก่าแก่ตรวจชีพจรแล้วส่ายหน้ายิ่งทำให้ใจคนดูหวิวไปเลย เหมือนกำลังดูฉากสำคัญใน ข้ามภพพลิกชะตารัก ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจริงๆ
เปลี่ยนฉากมาที่ท้องพระโรงที่หรูหรา ฮ่องเต้ในชุดสีแดงทองดูทรงอำนาจแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น การปะทะคารมกับขุนนางชุดม่วงที่ดูมีพิรุธทำให้คนดูต้องจ้องหน้าจอไม่กระพริบตา ฉากนี้ใน ข้ามภพพลิกชะตารัก ทำออกมาได้ดราม่ามาก โดยเฉพาะตอนที่ฮ่องเต้ชี้หน้าด่าทอ แสดงให้เห็นว่าเบื้องหลังความหรูหราคือความโหดร้ายของอำนาจ
สีหน้าของหญิงสาวชุดชมพูที่เต็มไปด้วยความกังวลและน้ำตาเมื่อเห็นคนรักนอนหมดสติช่างน่าสงสารจับใจ การแสดงออกทางสีตาที่สื่อถึงความหมดหวังแต่ก็ยังพยายามสู้เพื่อคนรัก เป็นจุดที่ทำให้คนดูอินไปกับตัวละครมากที่สุดในเรื่อง ข้ามภพพลิกชะตารัก ฉากที่เธอพูดคุยกับหมอด้วยเสียงสั่นเครือทำให้รู้สึกถึงความกดดันที่เธอต้องแบกรับไว้คนเดียว
ตัวละครขุนนางชุดม่วงนี่ช่างน่าหมั่นไส้จริงๆ สีหน้าที่ดูประจบประแจงแต่แววตาเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เวลาคุยกับฮ่องเต้ก็ทำท่าทางนอบน้อมแต่พอหันหลังให้ก็ยิ้มเยาะ ฉากที่เขาถูกหญิงสาวผลักล้มลงพื้นใน ข้ามภพพลิกชะตารัก มันสะใจคนดูมาก อยากให้โดนแบบนี้มานานแล้ว การแสดงของนักแสดงคนนี้ทำให้เกลียดตัวละครได้จริงๆ
เรื่องราวความรักในเรื่องนี้ช่างลึกซึ้งและกินใจมาก แม้จะมีอุปสรรคมากมายทั้งยาพิษและการเมืองในวัง แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ที่จะปกป้องคนรักของเธอ ฉากที่เธอยืนเฝ้าเตียงคนรักอย่างไม่ลดละใน ข้ามภพพลิกชะตารัก ทำให้เห็นถึงพลังของความรักที่แข็งแกร่งกว่าอำนาจใดๆ การดำเนินเรื่องที่รวดเร็วแต่ไม่ลืมใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้คนดูติดตามได้ไม่เบื่อเลย